การพัฒนาสื่อการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมพัฒนาการผู้ป่วยดิสเล็กเซียที่เป็นเด็ก ด้วยปัญญาประดิษฐ์ตรวจจับเสียงอ่าน

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พัสกร มีชัย, ชนันท์ภัสส์ ตาเจริญเมือง, ภูริพัฒน์ วิสุทธิ์ธนานนท์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

สาธิตา วรรณรัตน์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โรคความบกพร่องในการอ่านหนังสือ (Dyslexia) คือ ภาวะผิดปกติทางด้านการอ่าน และการเรียนรู้ภาษา เกิดขึ้นทั่วโลกและส่งผลกระทบต่อประชากรประมาณ 9-12% ของโลก โดย 2-4% อาจได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ซึ่งอย่างน้อย 780 ล้านคน จากประชากรทั้งหมด มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคดิสเล็กเซีย อันทำให้มีการเรียนรู้ที่ช้ากว่าเกณฑ์หรือไม่สามารถเรียนรู้ได้เทียบเท่ากับบุคคลทั่วไป อีกทั้งยังส่งผลอย่างมากต่อพัฒนาการของเด็ก

โดยในกระบวนการรักษาผู้ป่วยเหล่านี้ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการประเมินผลอย่างละเอียด เพื่อให้บุคลากรที่ดูแลสามารถจัดหลักสูตรอ้างอิงจากพัฒนาการของผู้เรียนรายบุคคล ทว่าในปัจจุบันยังไม่มีสื่อสำหรับผู้ป่วยดิสเล็กเซียที่สามารถบอกผลลัพธ์การเรียนรู้ในแต่ละเนื้อหาได้อย่างละเอียด จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องมีการวัดประเมินผลและชี้จุดบกพร่องที่ชัดเจนด้วยการนำผลลัพธ์หรือเสียงอ่านมาใช้ประมวลผลจริง ดังนั้นกลุ่มผู้วิจัยจึงมีแนวคิดที่จะพัฒนา “สื่อการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านการอ่านสำหรับผู้ป่วยดิสเล็กเซียที่เป็นเด็กด้วยปัญญาประดิษฐ์ตรวจจับเสียงอ่าน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาและทดลองหา Model ของปัญญาประดิษฐ์เพื่อนำมาพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ตรวจจับเสียงอ่าน 2) พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ตรวจจับเสียง เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับอัลกอริทึมประเมินผลและแสดงสถิติ 3) พัฒนาและเสริมสร้างพัฒนาการด้านการอ่านของผู้ป่วยดิสเล็กเซียที่เป็นเด็ก โดยในการพัฒนา กลุ่มผู้วิจัยเลือกใช้ โครงข่ายประสาทเทียม (Artificial neural networks) มาใช้ในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งได้เลือกโครงข่ายประสาทเทียมที่ถูกออกแบบมาเพื่อประมวลผลตามลำดับทั้งหมด 3 ตัว ได้แก่ Long Short-Term Memory (LSTM), Transformer และ Recurrent Neural Network (RNN) มาเปรียบเทียบและทดลองหาโครงข่ายประสาทเทียมหรือ Model ปัญญาประดิษฐ์ที่เหมาะสมในการนำไปพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ตรวจจับเสียงให้มีความแม่นยำและถูกต้องมากที่สุด จากนั้นต่อยอดข้อมูลจากปัญญาประดิษฐ์ด้วยการประเมินและแสดงผลลัพธ์ด้วยการพัฒนาอัลกอริทึมประมวลผลการอ่านสะกดคำซึ่งนำไปใช้ในการจัดหลักสูตรรายบุคคลและชี้ถึงจุดบกพร่องผู้เรียนต่อไปได้

โดยทางกลุ่มผู้วิจัยตั้งสมมติฐานว่า หากปัญญาประดิษฐ์สามารถตรวจจับเสียงอ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ และแสดงผลผ่านอัลกอริทึมประมวลผลการอ่านสะกดคำได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ จะส่งผลให้ผู้ป่วยดิสเล็กเซียมีการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและมีพัฒนาการที่ดีมากยิ่งขึ้นเพื่อประโยชน์ในการดำรงชีวิตประจำวัน