Bioplastic จากเทาน้ำ

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

สินิชญาณิ์ นิธิจุฑาวิวัฒน์, กรกนก ก๊กใหญ่, นัสริน อุไรกิจ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

มนต์ตรา ไกรนรา, อัญญาพร สุคนธพันธ์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนอำมาตย์พานิชนุกูล

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2564

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ปัจจุบันปัญหาสิ่งแวดล้อมยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากการกระทำของมนุษย์ที่มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสิ้นเปลือง ก่อให้เกิดปัญหาตามมามากมาย ทั้งปัญหาภาวะโลกร้อน ปัญหาด้านมลภาวะต่างๆ รวมไปถึงปัญหาที่สำคัญที่ทุกประเทศกำลังหาแนวทางแก้ไข คือ ปัญหาขยะ ประเทศไทยมีปริมาณขยะทั่วประเทศ 14 ล้านตันหรือวันละ 40,000 ตัน (ศูนย์ประสานงานโครงการส่งเสริมเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพ , 2551) เนื่องมาจากพลาสติกมีการใช้งานอย่างแพร่หลายในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ต่างๆ พลาสติก (Plastic) เป็นผลิตภัณฑ์อีกชนิดที่มีการใช้งานกันอย่างแพร่หลาย หลายประเทศตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและปัญหาขาดแคลนน้ำมันดิบซึ่งใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต จึงมีความตื่นตัวในการคิดค้นและใช้งานวัสดุย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (Bioplastic) คณะผู้ศึกษาจึงสนใจที่จะนำเทาน้ำ หรือ Spirogyra เป็นสาหร่ายชนิดหนึ่งที่พบได้ทั่วไปในแหล่งน้ำจืด ที่มีลักษณะเป็นพวกหลายเซลล์ต่อกันเป็นสายยาว โครงสร้างของผนังเซลล์ ประกอบด้วย เซลลูโลส (Cellulose) มีเพกติน(Pectin) เคลือบอยู่ภายนอกบางๆ ซึ่งเซลลูโลสจัดเป็นเส้นใยอาหาร (dietary fiber) ชนิดหนึ่งมีสมบัติไม่ละลายในน้ำ มีความแข็งแรงทนทาน ทนต่อปฏิกิริยาของเอนไซม์ กรด และเบสที่เจือจาง อีกทั้งยังเป็นพอลิเมอร์ชีวภาพ (Biopolymer) ที่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ซึ่งในปัจจุบันมีการทำภาชนะพลาสติกชีวภาพจากเส้นใยพืชต้องใช้ NaOH ในการกำจัดลิกนิน ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยคณะผู้ศึกษาได้นำเทาน้ำมาสกัดคลอโรฟิลล์ออกด้วยเอทานอล 95% จนหมด หลังจากนั้นนำเส้นใยที่ได้ไปอบให้แห้ง แล้วผสมกับไคโตซานมีสมบัติช่วยต้านจุลินทรีย์และเชื้อรา ไม่ละลายน้ำ ผสมแป้งข้าวโพดมีความข้น เหนียว มีความใสและไม่คืนตัวต่างจากแป้งมันและแป้งมันสำปะหลังที่คืนตัวได้ง่าย และผสมกลีเซอรอล (glycerol) เพื่อให้ความยืดหยุ่น นำไปขึ้นรูปอบให้แห้ง จากนั้นนำไปทดสอบคุณสมบัติของภาชนะ โดยทดสอบความแข็งแรง การรั่วซึมของน้ำ และการดูดซับน้ำของภาชนะ