เปรียบเทียบสมบัติดินที่มีมูลไส้เดือนกับสมบัติดินที่ไม่มีมูลไส้เดือน มีผลต่อการเจริญเติบโตของผักบุ้งจีน

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ธัญญรัตน์ ฉิมกลาง

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

วันชัย คชเรนทร์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนเมืองคง

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2562

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

บทคัดย่อ

โครงงานวิทยาศาสตร์เรื่อง เปรียบเทียบสมบัติดินที่มีมูลไส้เดือนกับสมบัติดินที่ไม่มีมูลไส้เดือนมีผลต่อการเจริญเติบโตของผักบุ้งจีน จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาสมบัติดินที่มีมูลไส้เดือนกับสมบัติดินที่ไม่มีมูลไส้ที่บ้านโนนเพชรและวัดหนองมะนาวมีผลต่อการเจริญเติบโตของผักบุ้งจีนเพื่อเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของผักบุ้งในดินที่มีมูลไส้เดือนและดินที่ไม่มีมูลไส้เดือนที่บ้านโนนเพชรและวัดหนองมะนาวนำความรู้ไปเผยแพร่กับเพื่อนๆ ชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 2 วิธีดำเนินการศึกษามี 4 ขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบสมบัติดินที่มีมูลไส้เดือนไม่มีมูลไส้เดือนผลปรากฏว่าดินที่มีมูลไส้เดือนกับดินที่ไม่มีมูลไส้เดือนมีโครงสร้างแบบก้อนแบบก้อนกลม เนื้อดินเป็นดินเนื้อทรายแบบดินแป้ง การยึดตัวของดินแตกง่าย สีดินมีธาตุอาหารมาก มีรากพืชมาก ธาตุอาหารหลักในดินพบว่าธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูงมาแต่ดินที่ไม่มีมูลไส้เดือนธาตุอาหารหลักในดินอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนดินวัดหนองมะนาว ดินที่มีมูลไส้เดือนกับดินที่ไม่มีมูลไส้เดือนมีโครงสร้างแบบก้อนแบบก้อนกลม เนื้อดินเป็นดินทรายแป้ง การยึดตัวร่วนมาก สีดินสีออกแดงมีอินทรียวัตถุน้อยไม่มีรากพืชมากธาตุอาหารหลักในดินพบว่า ธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูง แต่ดินไม่มีมูลไส้เดือน ธาตุอาหารหลักอยู่ในระดับปานกลาง ค่าความเป็นกรด-เบส ทั้งที่บ้านโนนเพชรและวัดหนองมะนาวผลปรากฏว่าดินเป็นกลาง

ขั้นตอนที่ 2 ขั้นเตรียม ได้ขัดเลือกเมล็ดที่สมบรูณ์แล้วนำไปปลูกในถุงปลูก

ขั้นตอนที่ 3 ขั้นปลูกผักบุ้งและการดูแล ขั้นตอนที่ 4 เผยแผ่ผลปรากฏว่าผักบุ้งจีนมีการเจริญเติบโตได้ดีที่สุดกับดินบ้านโนนเพชรที่มีมูลไส้เดือน เนื่องจากการตรวจสมบัติดินมีโครงสร้างดินเป็นก้อนกลมมีช้องว่างน้ำอากาศระบายได้ดีเป็นดินแตกง่ายรากพืชสามสารถซอนไซได้ง่าย เนื้อดินเป็นร่วนเหนียวปนทรายอุ้มน้ำได้ดีบ้าง สีดินมีสีดำบ้องบอกถึงธาตุอาหารมีมากเพราะดินเป็นดินชั้นบนประกอบกับบริเวณนั้นมีไส้เดือนช่วยพวนดินและมูลของไส้เดือนมีก้อนกลมๆช่วยระบายน้ำอากาศได้ดีและผักบุ้งจีนเป็นผักกินใบมีธาตุอาหารหลัก ธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูงมาก ผักบุ้งจีนวัดความสูงได้ 28.06 ซม. มีใบ 10 ใบ ทำให้ผักบุ้งเจริญเติบโตมากกว่าดินที่ไม่มีมูลไส้เดือน แต่ดินไม่มีมูลไส้เดือน ธาตุอาหารหลักในดินอยู่ในระดับปานกลาง ผักบุ้งจีนวัดความสูงได้ 26.30 ซม. มี 8ใบ ดินทรายวัดหนองมะนาวที่มีมูลไส้เดือนกับดินที่ไม่มีมูลไส้เดือน โครงดินแบบก้อนกลม เนื้อดินเป็นดินทรายแป้ง การยึดตัวของดินร่วนมากเม็ดทรายกระจายอยู่เป็นเม็ดเดี่ยวๆ อุ้มน้ำได้น้อย สีดินมีสีออกแดงมีธาตุอาหารน้อยไม่มีรากพืช ธาตุอาหารหลักในดินพบว่า ธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูง ดินที่มีมูลไส้เดือนผักบุ้งวัดหนองมะนาววัดส่วนสูงได้ 25.70 ซม. มี 8ใบ แต่ดินที่ไม่มีมูลไส้เดือนธาตุอาหารหลักหลักในดินอยู่ในระดับปานกลาง ผักบุ้งจีนวัดความสูงได้ 20.26 ซม. มีใบ 6 ใบ ค่าความเป็นกรด-เบส ของดินทั้งบ้านและวัดหนองมะนาว ผลปรากฏว่าดินเป็นกลาง เมล็ดผักบุ้งงอกในดินทีมีมูลไส้เดือนและดินที่ไม่มีมูลไส้เดือน ผักบุ้งงอกร้อยละ 100 การศึกษาครั้งนี้เป็นไปตามสมมติฐาน ตอนที่ 4 นำความรู้ไปเผยแพร่กับเพื่อนๆ ปลูกผักบุ้งจีนคนละ 1 ถุง