การสร้างและเปรียบเทียบประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์สเปรย์ไล่มดจากกากาแฟด้วยตัวทำละลายน้ำ เอทานอล และอะซิโตน

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พรอุษา ทองกี่, ธนัญธร อรุณชาติตระกูล

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

จุฑารัตน์ ใจงาม

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

มดเป็นสัตว์ที่ชอบตอมอาหาร โดยปัญหาที่พบคือเมื่อวางอาหารทิ้งไว้ มดมักจะมาตอมอาหารเพื่อกินและสะสมอาหารที่รัง ทำให้อาหารไม่สามารถรับประทานต่อได้ โดยมดสามารถพบได้ทั่วไปในทุกทวีป ยกเว้นแอนตาร์กติกา อาศัยเป็นกลุ่มขนาดใหญ่ที่เรียกว่าอาณานิคม และมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนซึ่งกันและกัน มดสื่อสารกันโดยอาศัยฟีโรโมนเป็นหลักเพื่อกำหนดเส้นทางสู่อาหาร เมื่อมดตัวใดมาเจอแหล่งอาหารมดจะเริ่มหลั่งฟีโรโมนเพื่อสื่อสารกับมดตัวอื่น (Stefka Fidanova, 2021) การป้องกันมดจึงเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่ง

การควบคุมแมลงในปัจจุบันจะเน้นในเรื่องของการใช้สารเคมีสังเคราะห์ เช่น DEET, Dimethyl phthalate, Picaridin เป็นต้น ถึงแม้ว่าสารเหล่านี้จะกำจัดหรือไล่แมลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ในขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดโทษต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมด้วย เช่น มีสารพิษตกค้างในพืช ดิน และอากาศ ซึ่งก่อให้เกิดพิษต่อคนและสัตว์ได้ (Tavares et al., 2018)

จากการศึกษาพบว่ากากกาแฟมีความสามารถในการไล่แมลงได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากกากกาแฟ (Spent coffee grounds ; SCG) เป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเหลือทิ้งประเภทหนึ่งมีสารสำคัญหลายชนิด ได้แก่ โพลีแซคคาไรด์ กรดไขมัน โปรตีน คาเฟอีน แร่ธาตุต่าง ๆ และสารประกอบฟีนอล (รพีพรรณ, 2560) ซึ่งในกากกาแฟพบสารประกอบฟีนอลประมาณร้อยละ1-4 %GAE w/w สารประกอบฟีนอลที่พบมากที่สุด คือ กรดคลอโรจีนิค (chlorogenic acid) (Pujol et al., 2013) กรดคลอโรจีนิก (Chlorogenic acids ; CGAs) มีส่วนเกี่ยวข้องในการตอบสนองต่อสิ่งมีชีวิต เช่น เพลี้ย มอด และมด (Laura et al., 2022) โดยกรดคลอโรจีนิกเป็นสารยับยั้ง Acetylcholinesterase (AChE)

ด้วยเหตุผลข้างต้นผู้จัดทำโครงงานจึงมีความสนใจที่ใช้สารสกัดจากธรรมชาติมาใช้ในการไล่มด โดยศึกษาถึงการสกัดกากกาแฟด้วยทำละลายที่แตกต่างกันได้แก่การสกัดด้วยตัวทำละลายน้ำ เอทานอล และอะซิโตนแล้วนำมาเปรียบเทียบและหาประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ไล่มดจากธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพในการไล่มด อีกทั้งยังช่วยในการลดของเสียที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการนำผลการศึกษาไปประยุกต์ใช้กับแมลงชนิดอื่น ๆ ต่อไป