สภาวะที่เหมาะสมในการปรับปรุงพลังงานชีวมวลจากของเหลือทิ้งในอุตสาหกรรมการผลิตน้ำตาล

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

สุทธิกานต์ แก้วสระแสน, ชญากาญจน์ แก้วมณี, อริสา สุขแก้ว

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

เพื่อนจิต สิงห์เผ่น

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพมีแนวโน้มจะถูกนำมาใช้ในการเปลี่ยนชีวมวล (Biomass)

ชานอ้อยเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการหีบอ้อยซึ่งมีปริมาณน้ำตาลติดอยู่น้อยมาก ส่วนใหญ่จะเหลือ

เป็นเส้นใยอ้อย (Fiber) กับน้ำที่อยู่ในรูปของความชื้นและของแข็งที่ละลายนำได้เล็กน้อย

ปริมาณชานอ้อยที่ได้จากการหีบอ้อยคิดเป็นร้อยละ 29โดยประมาณของปริมาณอ้อยที่เข้าหีบ

มีความชื้นร้อยละ 48-53 มีความ หนาแน่นค่อนข้างต่ำประมาณ 160 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

มีคุณสมบัติติดไฟง่ายประกอบด้วยธาตุหลัก คือ คาร์บอน ไฮโดรเจน ออกซิเจน และไนโตรเจน

มีค่าความร้อนต่ำของเชื้อเพลิง (Low Heating Value) ที่ 7.53 MJ/kg

มีคุณสมบัติที่เหมาะสมสามารถนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิง

จังหวัดพิษณุโลกเป็นจังหวัดที่มีอุตสาหกรรมการผลิตน้ำตาลอ้อย

พบว่ามีชานอ้อยในกระบวนการผลิตเป็นจำนวนมาก

โครงงานนี้จึงให้ความสนใจในการปรับปรุงคุณภาพพลังงานชีวมวลจากชานอ้อยด้วยผงตะไบเหล็ก

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณภาพพลังงานชีวมวลจากชานอ้อยเมื่อผ่านการปรับปรุงด้วยผงตะไบเหล็ก

โดยการการศึกษาคุณสมบัติของตัวประสานที่เหมาะสมต่อการขึ้นรูปเป็นแท่งเชื้อเพลิงชีวมวล

ศึกษาผลของแรงอัดต่อคุณสมบัติของแท่งเชื้อเพลิงชีวมวล

และเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานชีวมวลจากชานด้วยผงตะไบเหล็ก

ทำการศึกษาสัณฐานวิทยามีการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis)

โดยการทดสอบค่าความต้านทานแรงกดอัดถ่านอัดแท่งด้วยเครื่อง Universal Tensile Test โดยใช้ Load cell

เท่ากับ 10 kN (UTM, LLOYD INSTRUMENTS, LS10K)

หาค่าปริมาณความร้อนของถ่านอัดแท่งตามมาตรฐาน ASTM D5865 โดยใช้เครื่อง Bomb Calorimeter

หาปริมาณความชื้น ASTM D3173 หาปริมาณเถ้า (Ash) ASTM D3174

หาอัตราการเผาไหม้และประสิทธิภาพการใช้งาน