การศึกษาความสามารถในการปลดปล่อยยูเรียในปุ๋ยโดยใช้สารเคลือบจากไคโตซานและพอลิไวนิลแอลกอฮอล์

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ภัสสร เหลืองประสิทธิ์, ชิษณุชา แซ่ลิ้ม

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ปิยะมาศ เจริญชัย

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ในปัจจุบันมีการใช้ปุ๋ยเคมีในการทำเกษตรกรรมเพื่อให้พืชสมบูรณ์และเร่งการเจริญเติบโตอย่างเเพร่หลายโดยเฉพาะปุ๋ยยูเรีย ซึ่งมีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ ส่วนมากในดินมักมีไนโตรเจนไม่เพียงพอต่อความต้องการของพืชจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใส่ปุ๋ยเคมีเพิ่ม โดยทั่วไปพืชจะดึงธาตุอาหารจากปุ๋ยไปใช้ได้เพียง 50% เพราะธาตุอาหารละลายออกไปหมดก่อนที่พืชจะนำไปใช้ได้ทันส่งผลให้ต้องใส่ปุ๋ยเกินความจำเป็นซึ่งการใช้ปุ๋ยเคมีปริมาณมากจะส่งผลเสียให้จุลินทรีย์ในดินถูกทำลาย หน้าดินเสื่อมสภาพและส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมต่อไปเรื่อยๆ จากเหตุผลข้างต้นเราจึงคิดที่จะทำสารเคลือบปุ๋ยเพื่อกักเก็บธาตุอาหารไว้ให้ละลายออกมาช้าๆพืชจะได้นำไปใช้ทันก่อนที่จะถูกชะล้างออกไปเป็นการรักษาสภาพดินและสิ่งแวดล้อมแล้วยังช่วยลดต้นทุนของเกษตรกรอีกด้วย โดยการทดลองมี 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรกคือการศึกษาผลของไคโตซานเเละพอลิไวนิลเเอลกอฮอล์ที่มีต่อความสามารถในการแพร่ยูเรียในปุ๋ยวัดค่าการแพร่จากสมการ P = 100*[(7141679.3*X)-9513502.7]/[(W-(C/100*W))/V]*1000000 (อ้างอิงจากสมการของณัฐนัย จินตกานนท์) แบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอนย่อยคือ 1.ศึกษาผลของอัตราส่วนไคโตซานเเละพอลิไวนิลเเอลกอฮอล์ที่มีต่อความสามารถในการแพร่ยูเรียในปุ๋ย 2.ศึกษาผลของปริมาณไคโตซานเเละพอลิไวนิลเเอลกอฮอล์ที่มีต่อความสามารถในการแพร่ยูเรียในปุ๋ย ขั้นตอนที่สองคือการศึกษาการแพร่ของปุ๋ยที่เคลือบด้วยสารเคลือบไคโตซานและพอลิไวนิลแอลกอฮอล์ (วัดการแพร่จากปริมาณไนโตรเจนในดินและการเจริญเติบโตของพืช) แบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอนย่อยคือ 1.ศึกษาปริมาณยูเรียจากการแพร่ของปุ๋ยที่เคลือบด้วยสารเคลือบไคโตซานและพอลิไวนิลแอลกอฮอล์ในดิน 2.ศึกษาการเจริญเติบโตของพืชโดยใช้ปุ๋ยที่เคลือบด้วยสารเคลือบไคโตซานและพอลิไวนิลแอลกอฮอล์