การศึกษาฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระ แบคทีเรีย และราของสารสกัดหยาบจากเปลือกกล้วย และปลีกล้วยของกล้วยน้ำว้า

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

สุภัทรชัย ศรีปานวงศ์, รัชชานนท์ วิทยาเกียรติเลิศ, บริภัสณ์ จำเดิม

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

วรัญญู พูลสวัสดิ์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนสิรินธรราชวิทยาลัย

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2560

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ปัจจุบันมนุษย์ประสบปัญหาการเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ โดยมีสาเหตุมากมายหลายชนิด อนุมูลอิสระนับเป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดโรคไม่ติดต่อหลายชนิด เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง ซึ่งอนุมูลอิสระเหล่านี้เป็นสารที่มีอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยว ซึ่งมีความไวต่อปฏิกิริยาเคมีภายในร่างกายสูง นอกจากนี้ภาวะการดื้อยาของเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคพบได้สูงขึ้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นส่งผลให้สารพฤกษเคมีซึ่งมีความซับซ้อนและหลากหลายทางโครงสร้างที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพในการต้านอนุมูลอิสระและ/หรือต้านเชื้อจุลินทรีย์ได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่ง ประเทศไทยมีผลผลิตทางการเกษตรมากมายหลากหลาย หนึ่งในผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่มีการผลิตสูงนั้น คือ กล้วยน้ำว้า (iMusa ABB. cv. Kluai ‘Namwa’) ในปี 2559 มีผลผลิตกล้วยน้ำว้าสูงถึง 918,314 ตัน และมีปริมาณขยะที่เกิดขึ้นจากเปลือกกล้วยน้ำว้าประมาณ 655,939 ตัน นอกจากนี้ เทคนิคการตัดปลีกล้วยทิ้งเพื่อให้ผลกล้วยน้ำว้ามีความสมบูรณ์ ซึ่งปลีกล้วยเหล่านี้อาจใช้บริโภค จำหน่าย หรือทิ้งในกรณีที่มีปริมาณสูงหรือด้อยคุณภาพ งานวิจัยนี้ ผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระ แบคทีเรีย และราของสารสกัดหยาบจากเปลือกกล้วยและปลีกล้วยของกล้วยน้ำว้า เพื่อใช้ประโยชน์และยกระดับมูลค่าทางเศรษฐกิจจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร โดยทำการสกัดสารสกัดหยาบจากเปลือกกล้วยน้ำว้าสุกและดิบ ใบประดับปลีกล้วย และดอกอ่อนกล้วย ทั้งตัวอย่างสดและแห้ง ด้วยตัวทำลาย 2 ชนิด คือ น้ำกลั่น (ตัวทำละลายที่มีขั้ว) ด้วยวิธีการตุ๋น (Digestion) และเฮกเซน (ตัวทำละลายที่ไม่มีขั้ว) ด้วยวิธีการแช่หมัก (Maceration) นำสารสกัดหยาบที่ได้มาทำการศึกษาองค์ประกอบเบื้องต้นด้วยวิธีโครมาโทกราฟีแบบแผ่นบาง (TLC) ทำการทดสอบฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดหยาบด้วยวิธีการ DPPH radicals scavenger assay และฤทธิ์การต้านแบคทีเรีย และราของสารสกัดหยาบเบื้องต้นด้วยวิธี Agar well diffusion ทดสอบวิเคราะห์ค่าความเข้มข้นต่ำที่สุดที่สามารถยับยั้งและฆ่าทำลายแบคทีเรียและราด้วยวิธีการ Broth microdilution test โดยเชื้อแบคทีเรียที่ใช้ในการทดสอบ ได้แก่ Staphylococcus aureus, Bacillus cereus และ Escherichia coli และยีสต์และเชื้อราที่ใช้ในการทดสอบ ได้แก่ Aspergillus niger และ Saccharomyces cerevisiae ตามลำดับ