การศึกษาการปรับค่าความเป็นกรดของสารช่วยย้อมที่ส่งผลต่อเฉดสีย้อมธรรมชาติจากครั่งและความทนทานต่อการซักล้าง

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ชญาดา ศิริภัทระกุล, ชญานิศ บุญเกื้อ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ธีระวุฒิ จันทะพันธ์, มีนารัตน์ วงศ์เสน่ห์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย มุกดาหาร

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

การศึกษาค่าความเป็นกรดของสารช่วยติดสี 2 ชนิดที่สกัดจากฝักส้มป่อย และเปลือกทับทิม โดยปรับค่าพีเอชให้เป็น 3, 5, 7 ด้วยสารปรับพีเอชธรรมชาติจากน้ำมะขามและน้ำขี้เถ้า โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1.) เพื่อศึกษาความเป็นกรดของสารช่วยติดสีที่มาจากธรรมชาติที่ส่งผลต่อเฉดสีของสีย้อมบนเส้นไหม 2.) เพื่อศึกษาการใช้สารช่วยติดสีที่ทำให้สีเปลี่ยนแปลงไปเปรียบเทียบกับสีบนเส้นไหมที่ย้อมจากครั่งโดยไม่ใช้สารช่วยติดสี และ 3.) เพื่อทดสอบความคงทนต่อการซักของสีย้อมที่ย้อมสีจากครั่งหลังการเติมสารช่วยติดสีและสารช่วยเพิ่มความคงทนต่อการซัก โดยแบ่งการทดลองเป็น 4 แบบ ดังนี้ 1.) ไม่ใส่สารช่วยติดสี 2.) การใส่สารช่วยติดสีก่อนการย้อม 3.) การใส่สารช่วยติดสีพร้อมกับการย้อม 4.) การใส่สารช่วยติดสีหลังการย้อม โดยทำการย้อมร้อนที่อุณหภูมิ 90 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 60 นาที และวิเคราะห์เฉดสีด้วยเครื่อง Colorimeter จะบอกความแตกต่างของเฉดสีตามระบบ Commission International de I’ Éclair age (CIE) ซึ่งเป็นระบบที่วัดสีออกมาเป็นตัวเลข (L* สีดำ)(a* สีแดง)(b* สีเหลือง) ซึ่งสามารถบอกเฉดสีวัตถุที่มีสีต่างกันได้ จากนั้นทำการศึกษาการเพิ่มสารช่วยติดสี 2 ชนิดคือ สารละลายสารส้ม และสารละลายเกลือแกง โดยทำการแช่ในสารละลายที่ความเข้มข้น 5 กรัมต่อลิตร เป็นเวลา 15 นาที แล้วทดสอบความคงทนต่อการซักของสีย้อมจากครั่งบนเส้นไหม ตามมาตรฐาน ISO 105-E01: 2010 โดยในการทดสอบการซักจะใช้อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส ใช้เวลาในการซัก 30 นาที แล้วประเมินผลการปนเปื้อนติดสีของผ้าต่อการซัก โดยเปรียบเทียบด้วย Grey Scale for staining ที่มีอยู่ 5 ระดับ ตามมาตรฐาน ISO 105-A04 1993 BS EN 20105-A03 1995 คือ 5 = ดีที่สุด 4.5 = ดีถึงดีที่สุด 4 = ดี 3.5 = ปานกลางถึงดี 3 = ปานกลาง 2.5 = ต่ำถึงปานกลาง 2 = ต่ำ 1.5 = ต่ำถึงแย่ที่สุด 1 = ต่ำที่สุด