การศึกษาประสิทธิภาพครีมจากน้ำมันเมล็ดเงาะ
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ชินณัฐพนธ์ ทรงพลรัชนนท์, อิชยะ เทียนสว่าง, รสสุคนธ์ วงศ์ศุภกฤต
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
นวลพรรณ วีระเวชสุกิจ
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
มลภาวะ สภาพอากาศ และแสงแดดส่งผลเสียต่อผิวของมนุษย์มากขึ้น ทำให้คนส่วนใหญ่หันมาดูแลผิวพรรณ จึงมีการใช้ผลิตภัณฑ์มากมายหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นครีมอาบน้ำ ครีมทาผิว โลชั่นบำรุงผิวต่างๆ สบู่ สครับ เป็นต้น ซึ่งผู้ใช้ต้องการให้ผิวพรรณของตนเองดูขาวสะอาดสดใส แลดูอ่อนเยาว์ ตลอดเวลา แต่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ส่วนใหญ่มีส่วนผสมของสารเคมีทั้งหมด สารเคมีบางตัวที่ใช้อาจจะมีผลเสียต่อผิวพรรณ และก่อให้เกิดอาการแพ้ต่อผู้ใช้ได้ เช่น ปรอท มีกลไกยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส (tyrosinase) ลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน (melanin) ทำให้ผิวขาวและยังป้องกันสิวได้ด้วย ผลข้างเคียง ทำให้เกิดการแพ้ ผื่นแดง ผิวหน้าดำ เกิดฝ้าถาวร เกิดพิษสะสมในผิวหนัง และดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิต ทำให้ตับและไตอักเสบ เป็นต้น ในปัจจุบันมีการพัฒนาด้านการนำวัตถุดิบจากผลไม้ที่มีคุณสมบัติในการดูแลผิวพรรณ มาเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ด้านความงาม ลดการใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย เช่น มะละกอ มีเบต้าแคโรทีนซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีสรรพคุณในด้านความงามคือบำรุงผิว และลดริ้วรอยก่อนวัย ครีมแตงโมงที่ช่วยในเรื่องของผิวขาวใส เพิ่มความชุ่มชื้น และอิ่มน้ำ เป็นต้น
เงาะ (Nephelium lappaceum) เป็นไม้ผลที่เจริญเติบโตได้ดี ในบริเวณที่มีความชื้นค่อนข้างสูง เงาะในประเทศไทยนิยมปลูกในบริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้ มีแค่ 3 พันธุ์ คือ พันธุ์โรงเรียน พันธุ์สีทอง และพันธุ์สีชมพู ในแต่ละปีมีการส่งออกเงาะเป็นจำนวนมากเพื่อใช้ในการบริโภค และในอุตสาหกรรมเงาะกระป๋อง ซึ่งในสัดส่วนเงาะ 1 ลูก จะประกอบไปด้วยสัดส่วนของเนื้อผลคือร้อยละ 44 นำมาใช้ในด้านการบริโภค เปลือกเงาะมีร้อยละ 44 ทำมาใช้ในการทำปุ๋ย และยาขับพยาธิ แต่ในส่วนของเมล็ดคิดเป็นร้อยละ 12 ถูกนำเป็นของเหลือทิ้งที่มีปริมาณมากส่งผลทำให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม
จากการศึกษาเมล็ดของพืชหลายชนิดมีประโยชน์มากมาย ภายในเมล็ดส่วนใหญ่จะมีองค์ประกอบของน้ำมัน ซึ่งคุณค่า ที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการและสามารถใช้ได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า ทั้งบำรุงภายในและฟื้นฟูภายนอก ตั้งแต่ผม ผิวพรรณ ไปจนถึงระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกาย เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน อุดมด้วยวิตามิน E บำรุงผิว และสาร Antioxidants ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เป็นต้น เมล็ดเงาะก็มีสรรพคุณที่ดีในการเอามาผลิตเป็นเครื่องสำอางบำรุงผิวพรรณ เนื่องจากเมล็ดเงาะมีน้ำมันหลายชนิด ภายในประกอบด้วยกรดไขมันจำพวก palmitic acid, stearic acid, arachidonic acid และ oleic acid ผสมอยู่ มีคุณสมบัติเทียบเคียงคือทำให้ผิวชุ่มชื้น เรียบเนียน และยังสามารถทำความสะอาดใบหน้าได้ (วิชมณี และคณะ, 2559) ผู้จัดทำโครงงานจึงต้องการใช้ประโยชน์น้ำมันจากเมล็ดเงาะ มาเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากธรรมชาติ ลดการใช้สารเคมี เป็นการเพิ่มมูลค่า และลดของเสียเหลือทิ้งในสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบคุณภาพของครีมบำรุงผิวจากน้ำมันเมล็ดเงาะ และตรวจสอบความพึงพอใจของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์
สมมติฐาน
ครีมบำรุงผิวจากน้ำมันเมล็ดเงาะ ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นไม่หยาบกร้าน เรียบเนียน และไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง