แคลเซียมจากผักเคลเพื่อช่วยบำรุงผมและเล็บ

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ฟาริดา ฤทธิหมุน, ธนกฤต กำแหงกิจ, วิทวัส ธรรมาเจริญราช

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ณฐนนท์ เหมไพบูลย์, ปัทมา สุนทรนนท์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิเชียรมาตุ

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

แคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่จำเป็น ไม่สามารถสังเคราะห์เองได้และมีความสำคัญต่อร่างกายมาก แคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่พบมากที่สุดในร่างกาย ซึ่งทั้งหมดจะพบในกระดูกและฟัน มีหน้าที่สำคัญต่อการทำงานของร่างกายเกือบทุกส่วน ซึ่งเล็บและผมก็ต้องการแคลเซียมเช่นเดียวกันไม่น้อยไปกว่าเคราติน ซึ่งแคลเซียมสามารถพบได้ในผัก เช่น ผักจำพวกคะน้า ผักเคลหรือคะน้าใบหยิก ปริมาณ 100 กรัม สามารถให้แคลเซียมได้ถึง 150 มิลลิกรัม ผักเคลมีประโยชน์ทั้งให้วิตามินและแร่ธาตุหลายอย่าง โดยเฉพาะแคลเซียม ซึ่งมีแคลเซียมมากกว่านมวัวเมื่อเทียบต่อแคลอรี่ ถึง 3 เท่า และสูงกว่าผักโขม ถึง 14 เท่า จึงได้เลือกผักคะน้าใบหยิกหรือผักเคล ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นราชินีของผัก มีแร่ธาตุในแต่ละชนิดในปริมาณมากมาเป็นวัตถุดิบหลักในการสกัดแคลเซียม

เนื่องจากผมและเล็บเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญต่อร่างกาย ทั้งผู้หญิงและผู้ชายทุกเพศทุกวัยให้ความสำคัญ ซึ่งการมีเล็บและผมที่สุขภาพดีย่อมมีผลต่อภาพลักษณ์ โดยเฉพาะเล็บทั้งผู้หญิงและผู้ชายยุคใหม่ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยมีการใช้สีทาเล็บเพื่อความสวยงาม หรืออาจจะทาเล็บแบบอบเจล ซึ่งก่อนกระบวนการเหล่านี้ ต้องมีการตะไบหน้าเล็บเพื่อลดความมันวาวซึ่งจะทำให้เล็บเปราะบางลง ทางคณะผู้จัดทำจึงได้นำแคลเซียมที่สกัดได้จากผักเคลหรือคะน้าในหยิกมาผสมกับเจลบำรุงเล็บและแชมพู ด้วยส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ตามท้องตลาดอาจจะใส่แคลเซียมได้ไม่เพียงพอจึงทำให้เกิดความสนใจที่จะสกัดแคลเซียมเพื่อมาใช้ในการผสมกับเจลบำรุงเล็บและแชมพู เพื่อให้เล็บมีความแข็งแรงขึ้น ไม่เปราะ บาง ฉีกขาดง่าย และผมมีความแข็งแรง แก้ผมร่วง ผมบางได้ดี