เครื่องปลูกมันแกวจากทฤษฎีวงกลมเพื่อศึกษาหาระยะเวลาในการปลูกและปริมาตรเมล็ดที่ใช้ในการปลูกหนึ่งไร่

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ณัฐนิชา บัวเผื่อน, ชัชวาล ทศภา, นภารัตน์ หนึ่งคํามี

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

อรรถพล พันธ์ุงาม

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนบรบือวิทยาคาร

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเขตร้อนชื้น ซึ่งยังเป็นประเทศที่มีการผลิตและส่งออกสินค้าทางการเกษตรอีกมากมาย หลายพื้นที่ในไทยมีสินค้าทางการเกษตรเฉพาะพื้นที่ ในแต่ละท้องถิ่น เช่น ภาคกลางเป็นแหล่งปลูกข้าวและผลไม้สำคัญที่สุดของประเทศ ภาคใต้ ได้แก่ ปาล์ม มะพร้าว ยางพารา และผลไม้ ภาคเหนือ ได้แก่ กาแฟ ยาสูบ กระเทียม ถั่วเหลือง และข้าว ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ อ้อย มันสำปะหลัง ปอแก้ว ข้าวโพด ข้าว และมันแกว เป็นต้น การทำเกษตรกรรมส่วนใหญ่ในแต่ละภูมิภาคยังคงทำการเกษตรโดยปลูกข้าวหรือทำนาเป็นหลักอยู่ ในการปลูกข้าวหรือทำนา ต้องใช้เวลาทำนาหรือหว่านข้าวกล้า ปักดำ และเก็บเกี่ยวประมาณปีละ 6-7 เดือน เนื่องจากในการปลูกข้าวหรือทำนาต้องใช้น้ำฝนเป็นหลัก แต่ในบางปีฝนทิ้งช่วง ไม่ตกต้องตามฤดูกาล ข้าวเปลือกมีราคาไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับระบบการค้าและการตลาดจึงส่งผลให้ได้ผลผลิตน้อยและจำหน่ายข้าวเปลือกได้เงินไม่พอกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิต ดังนั้นประชาชนที่ปลูกข้าวหรือทำนาเป็นหลักจึงต้องหาทางประกอบอาชีพเสริม เพื่อหารายได้เพิ่มให้แก่ครอบครัวในช่วงเวลาว่างจากการทำนา

มันแกวเป็นพืชเศรษฐกิจที่คนไทยรู้จักมานาน มันแกวมีลักษณะเป็นพืชหัว เปลือกสีขาวนวล เนื้อในสีขาว ส่วนใหญ่กินแบบหัวมันแกวสดเหมือนผลไม้ มีรสหวาน มัน เนื้อกรอบ และยังมีการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อบริโภคในหลายรูปแบบ เช่น ทับทิมกรอบ ไส้ขนม ประกอบอาหาร เป็นต้น มันแกวมีวิตามินซีและเส้นใยสูง มีประโยชน์ต่อระบบขับถ่าย และป้องกันหวัดได้ดี

เกษตรกรรมในแต่ละพื้นที่ก็มีผลต่อทางเศรษฐกิจของไทย พื้นที่อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม เป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการผลิตมันแกวหรือปลูกมันแกว ทั้งนี้เพราะมีสภาพดินเป็นดินร่วนปนทราย ซึ่งเหมาะสมต่อการปลูกมันแกว โดยเฉพาะในเขตตำบลหนองสิม อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ทำการปลูกมันแกวประมาณ 4,000-5,000 ไร่ต่อปี (ทีมข่าว ส.ปชส.มหาสารคาม2555) มันแกวเป็นพืชเศรษฐกิจชุมชน ของอำเภอบรบือ ซึ่งสร้างรายได้ให้กับประชาชนที่ปลูกมันแกวในอำเภอบรบือเป็นอย่างมาก ในการปลูกนั้น เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกในช่วงต้นฤดูฝนหรือหากมีน้ำชลประทาน ก็สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีการปลูกจะใช้วิธีหยอดเมล็ดลงหลุมละ 2-3 เมล็ดโดยมีวิธีการปลูกด้วยการยกร่องเหมือนการปลูกมันสำปะหลัง แต่มีการกวาดร่องให้เรียบกว่ามีระยะในการเจริญเติบโตประมาณ 2-3 เดือน ซึ่งการปลูกนี้จะต้องใช้แรงงานคนเป็นจำนวนมากมีค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงานสูง

ด้วยเหตุนี้ คณะผู้จัดทำมีความประสงค์ในการที่จะทำโครงงานการประดิษฐ์เครื่องปลูกมันแกว ที่มีประสิทธิภาพและใช้ต้นทุนในการผลิตต่ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปลูก ประหยัดเวลา และการลดการใช้แรงงาน