การศึกษาดัชนีคุณภาพน้ำลำโดมใหญ่โดยใช้ความหลากหลายชนิดของแพลงก์ตอนพืช เพื่อพัฒนาวัสดุดูดซับสารฟอสเฟตในน้ำเสียด้วยแคลเซียมออกไซค์จากเปลือกไข่ไก่

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

วุฒินันท์ บัณฑโก, จุฬารัตน์ บัวใหญ่

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ทิฆัมพร กอมณี

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนดงสว่างวิทยา

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ปัญหาสาหร่ายบลูมหรือยูโทรฟิเคชั่นในน้ำลำโดมใหญ่ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำทำให้เกิดน้ำเป็นพิษชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถใช้น้ำได้ วัตถุประสงค์ของโครงงานเพื่อสำรวจชนิดและความหลากหลายของแพลงก์ตอนพืชโดยใช้เป็นดัชนีระบุคุณภาพของน้ำ พบว่า ดิวิชั่น Chlorophyta เป็นชนิดเด่นพบมากที่สุด ความหนาแน่น 1.54 เซลล์/ลิตรส่วนดิวิชั่น Euglenophyta เป็นดิวิชั่นที่พบรองลงมามีความหนาแน่น 0.89 เซลล์/ลิตรและดิวิชั่น Cyanophyta มีความหนาแน่น 0.66 เซลล์/ลิตร โดยชนิดเด่นของสกุล Closterium พบจำนวนมากที่สุด ซึ่งอาศัยอยู่ในน้ำคุณภาพปานกลางจึงสรุปได้ว่าเเหล่งน้ำบริเวณที่สำรวจจัดอยู่ในแหล่งน้ำคุณภาพเปานกลาง อาจเกิดจากการปล่อยของเสียหรือสกปรกลงไปในน้ำ เป็นอาหารของพวกเเพลงก์ตอนพืชซึ่งใช้ในการเจริญเติบโตเเพิ่มจำนวนมากขึ้นในระบบนิเวศของน้ำ ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างคุณภาพน้ำกับปริมาณแพลงก์ตอนพืช พบว่า เมื่ออุณหภูมิของน้ำและปริมาณฟอสเฟตสูงขึ้นปริมาณแพลงก์ตอนพืชจะลดลง โดยคุณภาพทางเคมีและกายภาพของน้ำมีความสอดคล้องกับการดำรงชีวิตของแพลงก์ตอนพืช ผลการศึกษาการดูดซับปริมาณฟอสเฟตในตัวอย่างน้ำสังเคราะห์ด้วยแคลเชียมออกไซค์จากเปลือกไข่ไก่ พบว่า แนวโน้มของการดูดซับมีค่าไม่คงที่ในช่วงเวลา 5-30 นาที เมื่อเพิ่มปริมาณแคลเซียมออกไซค์ มีผลทำให้ปริมาณฟอสเฟตในน้ำลดลงและค่าร้อยละการดูดซับฟอสเฟตเพิ่มตามระยะเวลาที่เพิ่มขึ้นได้ ผลการพัฒนาวัสดุดูดซับสารฟอสเฟตด้วยแคลเซียมออกไชค์จากเปลือกไข่มีผลทำให้ค่า pH ของน้ำเพิ่มขึ้นตามปริมาณ CaO ที่เติมลงไปทำให้ค่าความขุ่นของน้ำลดลง เมื่อนำแผ่นแคลเซียมออกไชค์ไปใช้ในบ่อซีเมนต์จำลองน้ำเสียที่มีการเกิดสาหร่ายบูมยังพบว่าแคลเซียมออกไชค์เป็นตัวปรับค่า pH ในน้ำให้มีสภาพที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของแพลงก์ตอนพืชในบ่อจำลองแคลเซียมออกไซค์ไม่ส่งกระทบต่อคุณภาพน้ำแพลงก์ตอนพืชเด่นอื่นๆ