การพัฒนาวัสดุรูพรุนจากเหง้ามันสำปะหลังเพื่อการดูดซับยาปฏิชีวนะ Enrofloxacin

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

กัลยภัค รักษ์ชูชีพ, เพ็ชรชมพู ไชยนิตย์, อภิภูริ์ เตชะวิจิตรชัย

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

จันทร์จิรา ชัยอินทรีอาจ

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย แผนกมัธยม

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

หนึ่งในยาปฏิชีวนะที่พบว่ามีการใช้มากที่สุดในการเลี้ยงสัตว์ คือ เอนโรโฟลซาซิน (Enrofloxacin) โดยผู้ให้ยาปฏิชีวนะแก่สัตว์ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรเองไม่ใช่บุคคลากรที่มีความรู้เกี่ยวกับยาปฎิชีวนะ ซึ่งส่วนใหญ่มีความรู้ในระดับปานกลาง และยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้ยาปฏิชีวนะในการเลี้ยงสัตว์ เกษตรกรยังไม่ทราบว่ายาปฏิชีวนะจากการใช้เลี้ยงสัตว์สามารถตกค้างในสิ่งแวดล้อม และสามารถถ่ายผ่านมาสู่มนุษย์ได้ ปัจจุบันทั้งภาครัฐและเอกชนได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทนปุ๋ยเคมีเพื่อเป็นการลดปัญหาของการสะสมของสารเคมีในสิ่งแวดล้อม รวมทั้งยังเป็นการลดต้นทุนการผลิตเนื่องจากปุ๋ยเคมีมีราคาแพง วัตถุที่เป็นองค์ประกอบสำคัญและได้รับความนิยมอย่างมากในการทำปุ๋ยอินทรีย์ คือ มูลสัตว์ ไม่ว่าจะเป็น มูลวัว มูลสุกร มูลไก่ แล้วยังมีการผสมวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรในปุ๋ยเพื่อเป็นการเพิ่มคุณสมบัติในการช่วยปรับปรุงคุณภาพของดิน ดังนั้นกลุ่มผู้พัฒนาโครงงานจึงมีความสนใจในการนำเหง้ามันสะปะหลัง ซึ่งเป็นวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรที่มีปริมาณมาก มูลค่าต่ำ มาพัฒนาเป็นวัสดุรูพรุน ซึ่งจะมีคุณสมบัติด้านการดูดซับเป็นอย่างดี จากคุณสมบัตินี้เมื่อนำวัสดุรูพรุนจากเหง้ามันสำปะหลังมาผสมกับมูลสัตว์เพื่อใช้ในการทำปุ๋ยจึงมีโอกาสที่ยาปฏิชีวนะจากมูลสัตว์จะถูกดูดซับโดยวัสดุรูพรุนเหง้ามันสำปะหลัง ซึ่งหากเกิดกระบวนการดูดซับขึ้นก็จะช่วยลดการแพร่กระจายของยาปฏิชีวนะสู่สิ่งแวดล้อม