ระบบรักษาสมดุลของสภาพแวดล้อมภายในโรงเรือน เพื่อการเพาะพันธุ์ และอนุบาลลูกกบ(ลูกอ๊อด) นอกฤดู

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พิชญาภา สุดสังข์, อุบลวรรณ มะยม, พิชญาภา โพธิสาร

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ธนกฤต บุตรอ่อน, สุกฤตา บุตรอ่อน

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนศรีตระกูลวิทยา

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ปัจจุบันการเพาะพันธุ์เลี้ยงกบนาไม่สามารถเพาะเลี้ยงได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวกบนาจะจำศีล (กบจะหมอบนิ่ง) ไม่กินอาหาร และไม่มีการผสมพันธุ์วางไข่ ส่งผลให้เกษตรกรหยุดการเพาะเลี้ยง รอเพาะเลี้ยงอีกรอบในช่วงฤดูฝนของปีถัดไป เนื่องจากเลี้ยงกบในช่วงฤดูหนาว มีอัตราการรอดตายต่ำ เมื่อพบเจอกับภาวะน้ำเย็น ประกอบกับเป็นช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโรค ทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการผลิตลูกกบ(ลูกอ็อด) และการผลิตกบเนื้อ ไม่สามารถส่งตลาดได้อย่างต่อเนื่องตลอดปี และไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ทำให้ทุก ๆ ปี ในช่วงฤดูหนาวกบจะมีราคาพุ่งสูงขึ้น เพราะขาดตลาด เนื่องจากเกษตรกรไม่สามารถเพาะพันธุ์กบได้

ปัญหาของเกษตรกรที่พบมากที่สุดคือ ประสบปัญหาในขั้นตอนการเพาะพันธุ์ เนื่องจากในขั้นตอนการเจริญเติบโตจะใช้ช่วงเวลา ระดับน้ำ ที่แตกต่างกัน ต้องทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำทุกวันเพื่อรักษาความสะอาดเนื่องจากกบจะขับถ่ายทุกวันและเป็นโรคติดต่อได้ง่าย ซึ่งโรคส่วนใหญ่เกิดจากน้ำไม่สะอาด จึงควรมีระบบรักษาสมดุลสภาพแวดล้อม รักษาคุณภาพของน้ำเพื่อลดภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรค และเพื่อให้เพาะพันธุ์ ฟักไข่ และการอนุบาลกบ ที่สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ซึ่งจะส่งผลให้อัตราการตายลดลง และมีอัตราการเจริญเติบโตมากขึ้น สร้างรายได้ให้เกษตรกรได้มากขึ้นในช่วงที่เป็นนอกฤดู

จากเหตุผลข้างต้นการศึกษาปรับปรุง และพัฒนาระบบเพาะพันธุ์อนุบาลลูกกบ(ลูกอ๊อด) อัตโนมัติ จะช่วยให้เกษตรกรสามารถปรับใช้นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกบที่ส่วนใหญ่ประสบปัญหาด้านการเพาะเลี้ยงกบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ให้การเพาะเลี้ยงกบนาให้ได้ผลผลิตตลอดทั้งปี ได้แก่ การเพาะพันธุ์ การฟัก และการอนุบาล ในช่วงฤดูหนาว ให้กบสามารถผสมพันธุ์ วางไข่ และมีอัตราการรอดตายที่สูงขึ้น จนลูกกบมีความแข็งแรงสามารถนำมาเลี้ยงต่อในบ่อปกติได้ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในช่วงที่ไม่มีกบขายได้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ คือ 1). เพื่อพัฒนาระบบเทคโนโลยีในการรักษาสมดุลของสภาพแวดล้อม ในการขยายพันธุ์และอนุบาลลูกกบ 2). เพื่อศึกษาพฤติกรรม อุปนิสัย และพฤติกรรมโดยธรรมชาติอุณหภูมิต่ออัตราการปฏิสนธิ และอัตราการฟักของไข่กบในช่วงนอกฤดู ซึ่งระบบขจะเป็นโรงเรือนระบบปิด ที่สามารถควบคุมระดับน้ำ ระดับอุณหภูมิ ความเข้มแสง และคุณภาพน้ำให้เหมาะสมกับการดำรงชีวิต และเจริญเติบโตของลูกกบตั้งแต่ระยะผสมพันธุ์ ฟักไข่ ลูกอ๊อดจนเป็นลูกกบที่แข็งแรง สามารถนำมาเลี้ยงต่อที่บ่อธรรมชาติได้ (ซึ่งจะสามารถเพาะพันธุ์ได้ตลอดทั้งปี) รวมทั้งเปลี่ยนถ่ายน้ำด้วยระบบน้ำวนอัตโนมัติ โดยใช้ข้อมูลสภาพแวดล้อมเป็นตัวควบคุม และปรับสมดุลภายในของระบบโรงเรือนให้เหมาะสมกับการเลี้ยงดูอนุบาลลูกกบ (ลูกอ๊อด)

ระบบจะทำหน้าที่ 2 หน้าที่ คือ 1) ปรับสมดุลของอุณหภูมิในโรงเรือน ความเข้มแสงในโรงเรือน โดยปรับจากข้อมูลสภาพแวดล้อมที่วัดได้ นำมาประมวลผล วัดคุณภาพน้ำให้สะอาด โดยวัดค่าออกซิเจน ความเป็นกรดด่างของน้ำ วัดค่าแอมโมเนีย ค่าไนไตรท์ และ ค่าคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งจะควบคุมอุณหภูมิที่ 34-36 องศา ในระยะที่กบออกไข่ และควบคุมอุณหภูมิที่ 32-34 องศา(วุธเมธี วรเสริมและคณะ Prawarun Agr. J. Volume 16(2) 2019, Pages 339 – 348) 2) เปลี่ยนถ่ายระบบน้ำวนอัตโนมัติ เมื่อระบบพบว่าคุณภาพน้ำอยู่ในระดับที่ไม่ปลอดภัยสำหรับกบ และระดับน้ำต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดสำหรับการดำรงชีวิตของกบ