การพัฒนาอุปกรณ์ตรวจปริมาณกรดยูริกในปัสสาวะเพื่อบอกถึงความเสี่ยงในการเกิดโรคเกาต์ จากวิธีโครมาโทรกราฟี
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ภัทรนันท์ นาคโคตร, ชนิกานต์ ชินนะวงษา
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
พรพรรณ โฉมวงษ์
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
การทำโครงงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาอุปกรณ์ตรวจปริมาณกรดยูริกในปัสสาวะ เพื่อบอกถึงความเสี่ยงในการเกิดโรคเกาต์จากวิธีโครมาโทกราฟี เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้อุปโภคในการทดสอบหาปริมาณกรดยูริกในปัสสาวะเพื่อทำนายความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเกาต์โดยสามารถทดลองได้โดยง่าย
โรคเกาต์เป็นโรคข้ออักเสบที่เป็นผลจากภาวะกรดยูริกที่สูงในเลือดเป็นเวลานาน ทำให้เกิดการตกผลึกของเกลือยูเรต สะสมที่อวัยวะในร่างกาย กรดยูริกเป็นของเสียที่ส่วนใหญ่ถูกขับออกทางปัสสาวะ แต่บางรายมีความผิดปกติในการสร้างกรดยูริกมากกว่าปกติ และในการขับยูริกออกจากร่างกายคือขับออกช้า หรือขับออกไม่ได้ จึงทำให้กรดยูริกในร่างกายสูงกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการปวดและบวมขึ้น เมื่อกรดยูริกสะสมมากจะนำไปสู่การตกผลึกในข้ออวัยวะต่างๆ
เกณฑ์การวินิจฉัยโรคเกาต์ที่แน่ชัด คือ การตรวจพบผลึกเกลือโมโนโซเดียมยูเรต จากน้ำไขข้อหรือ ปุ่มโทฟัส แต่วิธีดังกล่าวใช้เวลามากและมีขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยที่ซับซ้อน ดังนั้นแนวทางในการบรรเทาปัญหานี้ที่ทำได้คือ การตรวจปัสสาวะดูปริมาณของกรดยูริก หากไตผิดปกติก็จะกรดยูริกสูง ซึ่งหากค่าสูงเป็นเวลานาน จะตกผลึกเป็นของแข็งแทรกตามไขข้อกระดูก เรียกว่าโรคเกาต์
ด้วยเหตุผลที่กล่าวที่ข้างต้นทางคณะผู้จัดทำจึงมีความสนใจที่จะพัฒนาอุปกรณ์ตรวจปริมาณกรดยูริกในปัสสาวะ เพื่อบอกถึงความเสี่ยงในการเกิดโรคเกาต์ จากวิธีโครมาโทกราฟ