แผ่นหุ้มลังไม้เลี้ยงผึ้งจากวัสดุเหลือทิ้งในชุมชนเพื่อลดอัตราการตายและป้องกันการย้ายรังของผึ้งโพรง

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

แทนคุณ มะตะโก, นครินทร์ นามวงค์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

กีรติ ทะเย็น

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนห้วยซ้อวิทยาคม รัชมังคลาภิเษก

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ผลผลิตผึ้งโพรงเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญชนิดหนึ่งของประเทศไทย ปัจจุบันเกษตรกรนิยมเลี้ยงผึ้งโพรงในลังไม้ แต่ในช่วงฤดูหนาวผึ้งโพรงจะตายเป็นจำนวนมาก และช่วงฤดูร้อนผึ้งโพรงจะย้ายรัง ร้อยละ 60-80 ของจำนวนรังผึ้งทั้งหมด ส่งผลให้ผลผลิตผึ้งโพรงลดลงและเกษตรกรขาดทุน ดังนั้นทางทีมงานจึงนำแผ่นพอลีเอทิลีนโฟมมาทำเป็นแผ่นหุ้มลังไม้เลี้ยงผึ้งเพื่อลดอัตราการตายและป้องกันการย้ายรังของผึ้งโพรง การทดลองแบ่งออกเป็น 4 ตอน

ตอนที่ 1 ศึกษาผลของอุณหภูมิที่มีต่อการตายและการย้ายรังของผึ้งโพรง พบว่า อุณหภูมิมีผลต่อการตายและการย้ายรังของผึ้งโพรง โดยผึ้งโพรงจะตายที่อุณหภูมิน้อยกว่าหรือเท่ากับ 10 องศาเซลเซียส และผึ้งโพรงจะย้ายรังที่อุณหภูมิมากกว่าหรือเท่ากับ 30 องศาเซลเซียส ตอนที่ 2 ศึกษาความหนาที่เหมาะสมของแผ่นพอลีเอทิลีนโฟม พบว่า ความหนาที่เหมาะสมของแผ่นพอลีเอทิลีนโฟมในการนำมาเป็นแผ่นหุ้มลังไม้เลี้ยงผึ้งโพรง คือ 1.0 เซนติเมตร ตอนที่ 3 ศึกษาบริเวณที่เหมาะสมต่อการติดแผ่นพอลีเอทิลีนโฟม พบว่า บริเวณที่เหมาะสมต่อการติดแผ่นพอลีเอทิลีนโฟม คือ บริเวณด้านนอกลังไม้ ยกเว้นบริเวณทางเข้า – ออกของผึ้งโพรง ตอนที่ 4 เปรียบเทียบผลผลิต เปอร์เซ็นต์การตาย และเปอร์เซ็นต์การย้ายรังผึ้งโพรงที่เลี้ยงด้วยวิธีการแตกต่างกัน พบว่า การเลี้ยงผึ้งโพรงในลังไม้ที่หุ้มด้วยแผ่นพอลีเอทิลีนโฟมจะส่งผลให้ได้ผลผลิตผึ้งโพรงมากกว่าการเลี้ยงในลังไม้ปกติ โดยได้ผลผลิตน้ำผึ้งและไขผึ้งในช่วงวันที่ 1 เม.ย. 2565 – 30 มิ.ย. 2565 เท่ากับ 3.85±0.01 กิโลกรัมต่อรัง และ 3.90±0.02 กิโลกรัมต่อรัง ตามลำดับ และในช่วงวันที่ 1 ต.ค. 2565 – 30 ธ.ค. 2565 ได้ผลผลิตน้ำผึ้งและไขผึ้ง เท่ากับ 5.51±0.02 กิโลกรัมต่อรัง และ 5.68±0.01 กิโลกรัมต่อรัง ตามลำดับ อีกทั้งยังมีเปอร์เซ็นต์การตาย และเปอร์เซ็นต์การย้ายรังน้อยกว่าการเลี้ยงในลังไม้ปกติ โดยมีเปอร์เซ็นต์การตายและการย้ายรัง เท่ากับ 1.68% และ 4.17% ตามลำดับ โครงงานนี้ช่วยลดอัตราการตายและป้องกันการย้ายรังของผึ้งโพรง ส่งผลให้ได้ผลผลิตผึ้งโพรงมากขึ้นและเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้เป็นการใช้วัสดุเหลือทิ้งในชุมชนมาก่อให้เกิดประโยชน์ และเป็นการยืดอายุการใช้งานของลังไม้เลี้ยงผึ้ง