เครื่องออกกำลังกายปลากัด

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ชญานันท์ ทวิชัย, ตะวัน พิกุล, กัญจนพร สงวนทรัพย์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

พิษณุ ศรีกระกูล

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ 2

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2562

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานเรื่อง เครื่องออกกำลังกายปลากัด (Fighting-fish exercise machine) จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประดิษฐ์เครื่อง Fighting-fish exercise machine และหาประสิทธิภาพเครื่อง Fighting-fish exercise machine จากการศึกษาพบว่า มวลของปลากัด และ ความเป็นเมือกมันของปลากัด เมื่อเริ่มทำการทดลอง พบว่า ปลากัดตัวที่ 1 มีมวล 223 กรัม ความเป็นเมือกมัน 0 ปลากัดตัวที่ 2 มีมวล 226 กรัม ความเป็นเมือกมัน 0 ปลากัดตัวที่ 3 มีมวล 215 กรัม ความเป็นเมือกมัน 0 โดยตัวที่ 1 2 3 ไม่ผ่านเครื่อง Fighting-fish exercise machine แต่ ตัวที่ 4 5 6 ผ่านเครื่อง Fighting-fish exercise machine มีความเป็นเมือกมัน 2 3 และ 1 ตามลำดับ และมวลของปลากัดที่ผ่านและไม่ได้ผ่านการทดสอบของเครื่อง Fighting-fish exercise machine พบว่า ตัวที่ 1 มีค่าเฉลี่ยน้ำหนักที่ 225.87 ตัวที่ 2 มีค่าเฉลี่ย 225.93 ตัวที่ 3 มีค่าเฉลี่ย 226.13 ตัวที่ 4 มีค่าเฉลี่ย 226.46 ตัวที่ 5 มีค่าเฉลี่ย 226.13 และตัวที่ 6 มีค่าเฉลี่ยน้ำหนักที่ 225.6 นอกจากนี้ยังพบว่าความเป็นเมือกมันของปลากัดที่ไม่ผ่านเครื่อง Fighting-fish exercise machine มีค่าเท่ากับ 0 ส่วนตัวที่ 4 , 5 และ 6 ซึ่งผ่านเครื่อง Fighting-fish exercise machine มีความมันวาวที่ระดับ 3 จำนวน 3 วัน 5 วัน และ 5 วัน ตามลำดับ

และร้อยละที่กัดชนะของปลากัดตัวที่ 1 2 และ 3 มีค่าเท่ากับ 0 ปลากัดตัวที่ 4 ตัวที่ 5 และตัวที่ 6 มีค่าเท่ากับ 40 80 และ 60 ตามลำดับ ในสมัยก่อนจะใช้วิธีการออกกำลังกายของปลากัดโดยใช้โหลแก้วที่มีขนาดกว้างโดยการใช้ตัวเมียล่อเพื่อให้ตัวผู้ออกกำลังกายโดยการไล่ตัวเมีย ทั้งนี้อุตสาหกรรมปลากัดเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในประเทศไทยในหลายพื้นที่ ทั้งเพชรบุรี นครปฐม นราธิวาส สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช รวมทั้งในต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย เมียนมาร์ ซึ่งสร้างมูลค่าอย่างมหาศาลในทางเศรษฐกิจ