นวัตกรรมเครื่องช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง เพื่อป้องกันอาการแผลกดทับ

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ฮิดายัต บูหา, นัสรีนดา แนหะ, เกาซัร เจะมะ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

สุไวบะ บือราเฮง

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ปัจจุบันผู้ป่วยติดเตียงมีจำนวนมาก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการสำรวจของกระทรวงสาธารณสุข ในปีพ.ศ. 2564 พบว่าประชากรกว่า 7,687,399 คน เป็นผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง และ 2.5แสนคนเป็นกลุ่มติดบ้าน ติดเตียงที่ต้องได้รับการบริการด้านสุขภาพและสังคม ผู้ป่วยที่นอนติดเตียงเป็นเวลานานจะมีอาการแผลกดทับ ทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย ซึ่งผู้ป่วยเหล่านี้มีที่มาจากหลายสาเหตุดังนี้ ผู้สูงอายุทั้งที่มีโรคประจำตัวและไม่มีโรคประจำตัวที่ขยับร่างกายลำบาก แขน ขาอ่อนแรงตามวัยการเจริญเติบโต ผู้ป่วยติดเตียงที่มีสาเหตุมาจากอุบัติเหตุ เช่น กระดูกหัก ทำให้เคลื่อนไหวได้น้อย และผู้ป่วยที่เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ดังนั้นภาระจึงตกมาอยู่ที่ผู้ดูแลผู้ป่วย ทำให้ผู้ดูแลผู้ป่วยนั้นมีเวลาส่วนตัวน้อยลงหรืออาจไม่มีเวลาพักผ่อนเพียงพอ และผู้ดูแลผู้ป่วยบางราย อาจเป็นผู้หญิง ทำให้ไม่มีพละกำลังพอในการพลิกตัวหรือยกแขน ขา และลำตัวของผู้ป่วยได้

จากปัญหาข้างต้นคณะผู้จัดทำจึงมีแนวคิดในการสร้างนวัตกรรมเครื่องช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงขึ้นมา เพื่อป้องกันอาการแผลกดทับและลดพฤติกรรมการเนือยนิ่งของผู้ป่วย โดยการเพิ่มกิจกรรมทางกายด้วยนวัตกรรมเครื่องช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง โดยที่ไม่จำเป็นต้องอยู่กับผู้ป่วยตลอดเวลา ซึ่งผู้ดูแลไม่จำเป็นต้องอยู่กับผู้ป่วยตลอดเวลา แต่ผู้ป่วยสามารถขยับหรือยกแขน ขา และลำตัว เนื่องจากมีการติดตั้งกล้องภายในเครื่อง ควบคุมผ่านแอปพลิเคชันและสามารถจัดเก็บหรือพกพาได้ง่ายทำให้เกิดความสะดวกกับผู้ดูแล และคาดว่าทุกคนล้วนแต่ต้องการที่จะดูแลสุขภาพของตัวเองให้มีพลานามัยที่ดีขึ้น ซึ่งนวัตกรรมเครื่องช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงตอบโจทย์หลาย ๆคนที่อยากดูแลสุขภาพก่อนที่จะสายเกินไป นอกจากนี้ยังสามารถผ่อนแรงของผู้ดูแลได้อีกด้วย

ดังนั้นนวัตกรรมเครื่องช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงเพื่อป้องกันอาการแผลกดทับนี้ สามารถป้องกันการเกิดอาการแผลกดทับได้ดี และสามารถทำให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวหรือเพิ่มกิจกรรมทางกายได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังตอบโจทย์ของผู้ดูแลในการเลือกอุปกรณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ป่วย และช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ดูแล ลดความเครียดและมีเวลาทำกิจกรรมอย่างอื่นมากขึ้น โดยสามารถควบคุมการทำงานผ่านแอปพลิเคชันได้ทุกที่ทุกเวลา