การศึกษาพฤติกรรมในการซ่อมรังเพื่อใช้ควบคุมการสร้างพรอพอลิสของชันโรง

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

เมธาวี หลี่จา, ชนม์ณภัทร หลวงหาญ, นัฐกาญจน์ พรหมมินทร์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

เกียรติศักดิ์ อินราษฎร

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2560

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

พรอพอลิสเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผึ้งชันโรง (Tetragonula pegdeni) สร้างขึ้นเพื่อใช้ป้องกันเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมภายในรัง สารดังกล่าวมีมูลค่าทางเศรษฐกิจถูกนำไปใช้ในการผลิตเวชภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ต่างๆ หลายชนิด อย่างไรก็ตามในการเก็บเกี่ยวพรอพอลิสต้องประสบปัญหาเนื่องจากเป็นสารเหนียวและตำแหน่งในการสร้างไม่แน่นอนทำให้มักปนเปื้อนกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ภายในรัง จากการสังเกตพบว่าเมื่อเกิดรอยฉีกขาดของแผ่นพลาสติกรองฝาปิดรังเพาะเลี้ยง ชันโรงจะมีการซ่อมรังโดยการสร้างพรอพอลิสเพื่อปิดรอยฉีกขาดดังกล่าว โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการซ่อมรังเพื่อใช้ควบคุมการสร้างพรอพอลิสของชันโรง โดยแบ่งเป็น 4 การทดลอง ดังนี้ การทดลองที่ 1 ศึกษาพฤติกรรมในการซ่อมรังของชันโรง โดยตัดแผ่นพลาสติกรองฝาปิดรังเพาะเลี้ยงบริเวณกลางแผ่น รูปต่างๆ ได้แก่ สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยมและวงกลม ขนาด 0.5 ตารางเซนติเมตร นำไปใส่ในรังเพาะเลี้ยงนาน 7 วัน บันทึกพฤติกรรมการซ่อมรังเปรียบเทียบกับชุดควบคุม พบว่าการทำรอยตัดที่แผ่นพลาสติกรองฝาปิดรังเพาะเลี้ยง ทำให้ชันโรงในวรรณะผึ้งงานเกิดการซ่อมรัง โดยมีการนำพรอพอริสมาปิดส่วนขอบก่อนแล้วจึงสร้างเวียนรอบจนเต็มรอยพลาสติกใช้เวลา 5 วัน ทั้งนี้รอยตัดรูปวงกลมทำให้มีการสร้างพรอพอลิสมากที่สุด การทดลองที่ 2 ศึกษาผลของตำแหน่งรอยตัดแผ่นพลาสติกรองฝาปิดรังเพาะเลี้ยงต่อพฤติกรรมการซ่อมรัง โดยทำรอยตัดรูปวงกลมที่ตำแหน่งต่างๆ ของรัง ได้แก่ ปากทางเข้า กลางกล่อง ใกล้ถ้วยตัวอ่อน ใกล้ถ้วยเกสรและใกล้ถ้วยน้ำผึ้ง พบว่าชันโรงมีการสร้างพรอพอลิสปิดที่ตำแหน่งใกล้ถ้วยตัวอ่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงปิดรอยที่ใกล้ถ้วยเกสร ใกล้ถ้วยน้ำผึ้ง กลางกล่องและทางเข้า ตามลำดับ การทดลองที่ 3 ศึกษาผลของจำนวนรอยตัดต่อพฤติกรรมในการซ่อมรัง โดยตัดรอยรูปวงกลม ขนาด 0.5 ตารางเซนติเมตร จำนวนต่างๆ ได้แก่ 5, 10, 15, และ 20 รอย พบว่าการทำรอยจำนวน 20 รอย ชันโรงแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวและพยายามออกจากรัง โดยไม่พบการซ่อมรังและเมื่อครบ 1 เดือน พบว่ารังมีขนาดเล็กลงและนางพญาได้หายไป ในขณะที่ชุดการทดลองอื่นๆ ยังคงมีการซ่อมรังไม่แตกต่างกัน ทั้งนี้การทำรอยตัด 15 รอยจึงมีความเหมาะสมมากที่สุดเนื่องจากได้ปริมาณพรอพอลิสมากที่สุด การทดลองที่ 4 การพัฒนาแผ่นกระตุ้นการสร้างพรอพอลิสของชันโรง โดยสร้างแผ่นกระตุ้นการสร้างพรอพอลิส จากข้อมูลที่ได้จากการทดลองที่ 1, 2 และ 3 นำไปทดลองใช้เพาะเลี้ยงนาน 3 เดือน วิเคราะห์น้ำหนักและสมบัติของพรอพอลิสที่เก็บได้ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ภายในรังเพาะเลี้ยง พบว่าพรอพอลิสที่ได้จากแผ่นกระตุ้นการสร้างที่พัฒนาขึ้นมีกลิ่น จุดหลอมเหลวและค่า pH ไม่แตกต่างจากชุดควบคุม แต่มีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อรา Rhizopus sp. สูงกว่าชุดควบคุม 13.5% และเก็บได้น้ำหนักมากขึ้นถึง 12.1 เท่า ทั้งนี้การกระตุ้นการซ่อมรังไม่มีผลทำให้น้ำหนักถ้วยตัวอ่อน ถ้วยน้ำผึ้งและถ้วยเกสรแตกต่างจากชุดควบคุม โครงงานนี้จะช่วยให้เกษตรกรได้ผลผลิตพรอพอลิสมากขึ้นและเป็นแนวทางหนึ่งในการพัฒนาการเพาะเลี้ยงชันโรงต่อไป