อัตราการงอก อัตราการอยู่รอดและอัตราการเจริญของข้าวโพดในสภาวะเครียดน้ำ
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
นิภาพร ยั่งยืน, ศจิกา จินดานุรักษ์, วนปรัชญ์ จันทร์เที่ยง
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
จักรรินทร์ เณรจาที, เอนก ไชยบุตร
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
จังหวัดน่านเป็นจังหวัดที่มีดินและสภาพอากาศที่เหมาะสมกับการเพาะปลูก อาชีพเกษตรกรการเพาะปลูกก็เป็นหนึ่งในอาชีพหลักของประชากรจังหวัดน่าน ซึ่งการปลูกข้าวโพดในจังหวัดน่านนั้นมีอัตราการปลูกมากถึง 70 % และเป็นพืชที่ปลูกปลูกง่าย ปลูกได้ทุกฤดู และเนื่องจากข้าวโพดหวานมีผลผลิตต่ำลงในช่วงที่ขาดน้ำ และมีน้ำน้อย ผู้วิจัยจึงต้องการทำให้ผลผลิตกลับมาคงตัวเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวจึงได้ให้สภาวะความเครียดน้ำแก่ข้าวโพดหวาน เพราะสภาวะเครียดน้ำคือพืชจะเกิดความเครียด เมื่อได้รับน้ำพืชจึงรีบเจริญเติบโตเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด ซึ่งมีข้อดีคือถึงจะได้รับน้ำในปริมาณที่จำกัดซึ่งมีปริมาณที่น้อยพืชก็สามารถเจริญเติบโตได้ และอีกทั้งยังสามารถเจริญเติบได้ดีกว่าพืชบางชนิดที่ได้รับน้ำสม่ำเสมอ และการวิจัยนี้เพื่อเพิ่มผลผลิตของข้าวโพดในช่วงที่ขาดน้ำ
ทำการทดลองในถาดเพาะชำขนาด 26*30*5 จำนวน 9 ถาด โดยถาดที่ 1,2,3 จะฝังเมล็ดที่ความลึก 0 cm ถาดที่ 4,5,6 จะฝังเมล็ดที่ความลึก 5 cm ถาดที่ 7,8,9 จะฝังเมล็ดที่ความลึก 10 cm โดย ถาดที่ 1,4,7 จะลดน้ำทุกวัน ถาดที่ 2,5,8 จะลดน้ำ 2วัน/ครั้ง ถาดที่ 3,6,9 จะลดน้ำ 3วัน/1ครั้ง ซึ่งจะบันทึกผลการทดลองโดยบันทึกอัตราการงอก อัตราการอยู่รอด และอัตราการเจริญเติบโตของเมล็ดข้าวโพดทุกวัน และนำมาหาค่าเฉลี่ยและค่าความคลาดเคลื่อนของอัตราการงอก อัตราการอยู่รอด และอัตราการเจริญเติบโตแต่ละอัน
ประโยชน์ที่ได้คือสามารถเพิ่มผลผลิตของข้าวโพดหวานในช่วงที่ขาดน้ำได้ และข้อมูลพื้นฐานที่ได้จะนำมาใช้ส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกเพิ่มขยายพันธุ์และเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว โดยพันธุ์ของข้าวโพดที่เลือกมาศึกษาคือข้าวโพดหวาน