การพัฒนาเจลไวต่ออุณหภูมิที่บรรจุสารสกัดจากกระเจี๊ยบสำหรับแผลในปาก

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ชญาน์นันท์ ประกอบผล, ทัชจิรา เหล่าสุวรรณ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

วัชราภรณ์ แสนนา, เกียรติศักดิ์ บุตรสุด

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย บุรีรัมย์

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ประชากรทั่วไปมักจะเกิดแผลในช่องปากร้อยละ 5-25 และสามารถมีโอกาสเกิดซ้ำได้ในทกุ ๆ 3 เดือน สูงถึงร้อยละ50ของประชากรทั้งหมดและพบได้บ่อยในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย(อลิษาติระรัตนสมโภช,และ คณะ, 2562) แผลในช่องปากก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดให้ช่องปาก ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการรับประทานอาหาร การกลืนอาหาร และการพูดลดลง ซึ่งรบกวนคุณภาพชีวิตของผู้ที่เป็นแผลในช่องปาก โดยสาเหตุของแผลในช่อง ปากเกิดจากหลายปัจจัย เช่น การติดเชื้อแบคทีเรีย การได้รับอุบัติเหตุบริเวณช่องปาก การดูแลช่องปากไม่ถูกวิธี การรับประทานอาหารที่มีลักษณะแข็ง หรือความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน เป็นต้น ในปัจจุบันแนวทางการรักษาแผลในช่องปากมักรักษาตามอาการและตามสาเหตุของการเกิดแผล โดยยาตัวเลือกแรกที่ใช้ในการรักษาปัจจุบัน คือ chlorhexidine mouth wash ซึ่งไม่เหมาะกับผู้ป่วยที่ปัญหาด้านการกลืน และ topical corticosteroid paste ซึ่งเป็นยากลุ่ม สเตียรอยด์ ซึ่งไม่เหมาะสมในการใช้บ่อยๆหรือใช้เป็นระยะเวลานาน หรือใช้บ่อยครั้งโดยเฉพาะใน ผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง อย่างไรก็ตามมีสารสกัดจากสมุนไพรไทยหลายชนิดที่สามารถนํามารักษาแผลในช่อง ปากได้ เช่น สารสกัดจากว่านหางจระเข้ สารสกัดจากเปลือกมังคุด สารสกัดจากกระเจี๊ยบแดง

จากข้อมูลที่ได้ศึกษา ผู้พัฒนาจึงเลือก “กระเจี๊ยบแดง ( roselle )” เนื่องจากเป็นพืชสมุนไพรที่หาได้ง่าย ในประเทศไทย กระเจี๊ยบแดงมีสรรพคุณหลายอย่าง เช่น ลดไขมันในเลือด ลดความดัน ป้องกันโลหิตจาง เป็นต้น ซึ่งกระเจี๊ยบแดงมีสารสําคัญ คือ แอนโทไซนิส (ภคพร สาทลาลัย, และคณะ, 2562) ที่ช่วยต้านเชื้อเเบคทีเรีย S. aureus ที่เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดแผลในช่องปากเเละอนุมูลอิสระ ซึ่งจะนํามาพัฒนาเป็นรูปเเบบเจลที่ไวต่อ อุณหภูมิเพื่อช่วยรักษาแผลในปากได้เร็วขึ้นและช่วยให้เกาะติดเเผลได้นานขึ้น