การเจริญเติบโตและการชักนำการเกิดยอดและรากของเอื้องผึ้งโดยฮอร์โมนที่มาจากพืชในท้องถิ่นในสภาพปลอดเชื้อ

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

รวินท์วรดา รักษา, นัฐธิดา วงศธรนฤทธิ์, ชนาภา พวงมณี

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ศิริกานต์ น้อยก้อม, ทวนทอง วงศาโรจน์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนไทรโยคมณีกาญจน์วิทยา

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

บทคัดย่อ

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในภูมิภาค ที่มีกล้วยไม้อยู่ในธรรมชาติเป็นจำนวนมาก แต่ ณ ปัจจุบันมีการนำกล้วยไม้ป่ามาเลี้ยง แต่เป็นการเลี้ยงแบบเลียนแบบธรรมชาติ โดยดอกกล้วยไม้ที่นิยมนำมาคือ ดอกเอื้องผึ้ง ดอกเอื้องคำ แต่เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ เช่นภาวะโลกร้อน ไฟป่ารวมถึงกิจกรรมของมนุษย์เอง ทำให้กล้วยไม้ป่ามีจำนวนลดลง รวมไปถึงในพื้นที่ของอำเภอไทรโยคจังหวัดกาญจนบุรีมีจำนวนลดลงอย่างมากโดยเฉพาะเอื้องผึ้งซึ่งเป็นเป็นพืชในท้องถิ่นและพืชเศรษฐกิจ และจากการศึกษาพืชที่พบในท้องถิ่นสามารถสร้างสารควบคุมการเจริญเติบโตได้หลายชนิดที่สามารถชักนำให้พืชเจริญเติบโต และชักนำการเกิดยอดและรากของพืชได้ เช่น น้ำมะพร้าวสามารถผลิตออร์โมน ไซโตไคนิน ฯ (Kunisaki and all:, 1972) กล้วยสามารถผลิตฮอร์โมนออกซิน (Knudson ,1946) เป็นต้น ดังนั้นผู้จัดทำจึงได้จัดทำโครงงานนี้ขึ้นมา เพื่อเพิ่มจำนวนเอื้องผึ้งและอนุรักษ์กล้วยไม้ชนิดนี้ในพื้นที่อำเภอไทรโยคจังหวัดกาญจนบุรีไว้ไม่ให้สูญพันธุ์ ผู้จัดทำจึงได้ทำศึกษาโดยมีวิธีการ 2 ขั้นตอน คือ การศึกษาการงอกและการเจริญเติบโตของเอื้องผึ้งโดยใช้สูตรอาหาร 6 สูตรที่แตกต่างกันและเติมโฮร์โมน BA เพื่อดูว่าสูตรไหนเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเอื้องผึ้งมากที่สุด และจากนั้นนำไปศึกษาการชักนำในการเกิดยอดและรากของเอื้องผึ้งโดยใช้สูตร ที่ดีที่สุดที่ใช้ร่วมกับฮอร์โมนพืชท้องถิ่น 6 สูตร จากนั้นบันทึกผล บันทึกโดย วัดจำนวนยอด , นับจำนวนใบ, วัดความยาวใบ , วัดความกว้างใบ , วัดจำนวนราก , วัดความยาวราก และ วัดความสูง และนำข้อมูลที่บันทึกผลมาวิเคราะห์ความแปรปรวนทางสถิติ และเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของสิ่งทดลองโดยใช้วิธี Duncan’s New Multiple Range Test (DMRT) โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS for Window (Statistical Package for Social Sciences) เพื่อหาผลการทดลองที่ได้สูตรอาหารที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตและการขยายพันธุ์ของเอื้องผึ้งในสภาพปลอดเชื้อเพื่อขยายพันธุ์และอนุรักษ์กล้วยไม้ชนิดนี้ต่อไปในอนาคต