การพัฒนาผลิตภัณฑ์กำจัดคราบน้ำมันจากดอกธูปฤษี

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ณัฏฐ์นารี จริตงาม, จิรสุตา สุทธินุ่น, ธวัลรัตน์ วงษ์นุ่ม

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

สะเราะ นิยมเดชา, เกศรินทร์ ชูม้อง

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนมอ.วิทยานุสรณ์ สุราษฎร์ธานี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2561

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ธูปฤาษีหรือกกช้าง (Typha angustifolia Linn. หรือ Cattail) เป็นพืชที่ขึ้นตามแหล่งน้ำทั่วไป มีอายุข้ามปี มีความสูงถึง1.5-3.0 เมตร ดอกออกเป็นช่อ ถูกจัดให้เป็นวัชพืชในกลุ่มวัชพืชชายตลิ่ง แต่ก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่นส่วนของลำต้นและใบสามารถนำมาเป็นวัสดุมุงหลังคา ทำเชือกและเครื่องจักสาน นอกจากนี้ยังพบว่าธูปฤาษีเป็นวัชพืชที่มีศักยภาพในการกำจัดและน้ำบัดน้ำเสีย เช่น สามารถดูดซับโลหะหนักจำพวก ปรอท ตะกั่ว แคดเมียม (Boyd, 1970) ซึ่งสามารถลด ค่าบีโอดี ซีโอดี ฟอสฟอรัส ไนโตรเจน และสารแขวนลอยได้ร้อยละ 39 31 35 25 และ 68 ตามลำดับ และสามารถลดปริมาณสารฆ่าแมลงกลุ่มออร์กาโนคลอรีนได้ ที่สำคัญยังพบว่าดอกธูปฤษีมีสมบัติไม่เปียกน้ำหรือไม่ชอบน้ำ มีน้ำหนักเบาทำให้ลอยน้ำได้ มีขนหรือหนามเล็กๆ เป็นเส้นใยฝอย ทำให้มีพื้นที่ผิวมาก สามารถดูดซับน้ำมันได้ดี โดยพบว่าดอกของต้นธูปฤาษีประมาณ 100 กรัม สามารถกำจัดคราบน้ำมันได้มากกว่า 1 ลิตร และดูดซับน้ำมันมาแล้ว จะสามารถนำกลับมาใช้เป็นเชื้อเพลิงได้อีกครั้ง จากสมบัติข้างต้นนี้ โครงงานวิจัยชิ้นนี้จึงต้องการนำดอกธูปฤษีมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์กำจัดคราบน้ำมัน เช่นกำจัดคราบน้ำมันในครัวเรือนก่อนที่จะมีการใช้สารชะล้างในการทำความสะอาด หรือกำจัดคราบน้ำมันบริเวณที่ปนเปื้อนน้ำมันตลอดเวลา เช่นอู่ซ่อมรถ เป็นต้น โดยในโครงงานวิจัยนี้จะแบ่งการศึกษาเป็นสองขั้นตอนหลักๆ คือ การนำดอกธูปฤษีมาปรับเปลี่ยนรูปแบบให้มีลักษณะตามต้องการ เนื่องจากดอกธูปฤษีปกตินั้นเมื่อแกะออกจะมีลักษณะที่ฟุ้งกระจาย ดังนั้นจึงต้องมีการออกแบบลักษณะของผลิตภัณฑ์ โดยต้องคำนึงถึงความความคงทนต่อการใช้งาน สามารถนำไปใช้งานได้สะดวก และต้องสามารถดูดซับคราบน้ำมันได้ดี เช่นการอัดให้เป็นก้อน จากนั้นในส่วนที่สองคือการทดสอบการใช้งานของผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นโดยเปรียบเทียบประสิทธิภาพของการกำจัดคราบน้ำมันกับการใช้สารชะล้าง และทดสอบความพึงพอใจของผู้บริโภคโดยการทดลองใช้และให้คะแนน วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้ด้วยวิธีทางสถิติ