การพัฒนาวัสดุเชิงประกอบแบบแซนวิชยางธรรมชาติเสริมเส้นใยใบสับปะรดและรำสกัดน้ำมันเพื่อประยุกต์ใช้เป็นสนับเข่ารองคลานสำหรับเด็กวัยฝึกคลาน
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ธราธิป แสงอรุณ, พลาจักษณ์ ปานเกษม
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
ขุนทอง คล้ายทอง
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
สถิติของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พบว่าในปี พ.ศ. 2561 มีจำนวนเด็กวัยทารกแรกเกิดมากถึง 628,450 คน ซึ่งเด็กวัยทารกถือว่าเป็นช่วงที่ต้องได้รับการดูแล ช่วยเหลือ และเอาใจใส่อย่างถูกต้อง รวมถึงการคำนึงในด้านความปลอดภัย (ปราโมทย์ ประสาทกุล และปัทมา ว่าวัฒนวงศ์, 2555) ซึ่งพัฒนาการของเด็กวัยทารก ในช่วงอายุ 7 เดือน – 9 เดือน จะเริ่มมีการเกาะยืน และคลาน และสุดท้ายจะเริ่มเดินและวิ่งได้เองในช่วงอายุ 12 เดือน – 18 เดือน (สมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย, 2560) ซึ่งหากเด็กในวัยนี้ไม่ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ก็อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้โดยในเบื้องต้น การใช้อุปกรณ์ป้องกัน เช่น แผ่นรองพื้น และสนับรองคลาน แต่อย่างไรก็ดีวัสดุในการผลิตสนับรองคลานมักจะใช้โฟม หรือพลาสติกที่มีคุณสมบัติเชิงกลที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งจากการศึกษาพบว่ายางพารามีคุณสมบัติเชิงกลที่ดีหลายประการ (พงษ์ธร แซ่อุย, 2548) นอกจากนี้วัสดุเชิงประกอบแบบวัสดุแซนวิช (Sandwich material) ซึ่งประกอบด้วยวัสดุปิดผิวและวัสดุแกนกลาง โดยวัสดุปิดผิวจะมีความบางแต่มีความแข็งแรงสูง วัสดุแซนวิชถูกนำมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง และความแข็งแรงของโครงสร้าง โดยมีคุณสมบัติเด่นคือ มีโครงสร้างเบา (Lightweight Construction) จากการศึกษาของดริญญา มูลชัย และอรุณศรี เอี่ยมรัมย์, 2556 ที่ได้นำรำสกัดน้ำมัน ซึ่งมีส่วนประกอบของโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และเซลลูโลส (Wiboonsirikul et al., 2007) มาใช้ในกระบวนการผลิตโฟมยางฟองน้ำเพื่อใช้เป็นสารตัวเติมแทนแคลเซียมคาร์บอเนต พบว่าส่งผลให้โฟมยางฟองน้ำมีคุณสมบัติเชิงกลที่ดีขึ้น และจากรายงานงานวิจัยของทวีชัย อมรศักดิ์ชัย และนันทยา เก่งเขตร์กิจ, 2557 พบว่า เส้นใยสับปะรด ช่วยเร่งการตกผลึกของยางธรรมชาติขณะที่มีการดึงยืด ดังนั้นคณะผู้จัดทำจึงมีความสนใจที่จะพัฒนาสนับรองคลานสำหรับเด็กวัยฝึกคลานจากวัสดุเชิงประกอบแบบแซนวิชยางธรรมชาติเสริมเส้นใยใบสับปะรดและรำสกัดน้ำมัน