เปรียบเทียบประสิทธิภาพของการกำจัดเพลี้ยเเป้งโดยสารเบต้าอาซาโรน ที่ได้จากจากว่านน้ำเเละสารอะซาไดเเรคตินที่ได้จากสะเดา

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

วรวุฒิ ทัศน์ทอง, ณัฐศักดิ์ บุญลือ, รัฐวิชญ์ ฐิติโรจน์ชญากุล

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

อรรถพล พลอยมีค่า

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนโยธินบูรณะ

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2564

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ประเทศไทยเป็นเมืองการเกษตร การประกอบอาชีพของผู้คนส่วนใหญ่จึงเน้นไปด้านการเกษตรเป็นหลักซึ่งปัญหาในการเกษตรนั้นมีหลายปัจจัย หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเกษตรมีปัญหา คือ เเมลงศัตรูพืช ซึ่งเเมลงศัตรูพืชมักพบเจอในบริเวณที่มีพืชอาศัยอยู่ เเมลงศัตรูพืชบางชนิดสร้างความเสียหายเเก่ พืชได้น้อย เเต่มีเเมลงศัตรูพืชบางชนิดที่สร้างความเสียหายเเก่พืชอย่างมาก เรียกว่า เเมลงปากดูด เช่น เพลี้ย เเมลงหวี่ขาว ไรเเดง เเละมวนต่างๆ เเมลงชนิดนี้ดูดกินน้ำเลี้ยงที่สำคัญของพืช ส่งผลให้พืชมีการเจิญเติบโตช้าหรือพืชอาจโดนเเย่งน้ำจนเเห้งตายสร้างความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรอย่างมาก การใช้พืชสมุนไพรป้องกันเเมลงศัตรูพืชไม่ได้เป็นวิธีการป้องกันศัตรูพืชได้อย่างสมบูรณ์ เเต่สามารถลดการระบาดของศัตรูพืชให้เหลือน้อยเเละปลอดภัยที่สุด อีกทั้งสมุนไพรยังหาได้ง่ายตามท้องถิ่นเเละเป็นการสร้างรายได้เเก่ผู้คนในชุมชน

ประเทศไทยเคยได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการการระบาดของเพลี้ยเเป้ง ทำให้เกิดผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรอย่างมาก โดยเพลี้ยเเป้งจะดูดสารอาหารจากท่อลำเลียงในพืช ส่งผลให้พืชขาดสารอาหารเเละน้ำในการเจริญเติบโต เเละยังเป็นพาหะนำเชื้อไวรัสทำให้พืชเป็นโรคพืชได้ด้วย ทำให้เกษตรกรได้ผลผลิตน้อยลง เพื่อเป็นการลดผลกระทบของเพลี้ยเเป้ง ทางคณะผู้จัดทำโครงงานนี้จึงมีเเนวคิดศึกษาเเละเปรียบเทียบประสิทธิภาพของสารเบต้าอาซาโรนกับสารอะซาไดเเรคตินจากเมล็ดของสะเดาในการกำจัดเพลี้ยเเป้ง เพื่อกำจัดเพลี้ยเเป้งที่สร้างความเสียหายให้กับพืชเเละเป็นการใช้สารสกัดจากธรรมชาติที่มีความเป็นพิษต่อเพลี้ย เเละเเมลงศัตรูพืชโดยสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเเมลงมีผลต่อระบบสืบพันธุ์ การวางไข่ เเละการยับยั้งการกินอาหาร ทำให้เพลี้ย เเละเเมลงศัตรูพืชไม่สามารถขยายพันธุ์ได้จึงทำให้จำนวนประชากรเพลี้ย เเละเเมลงศัตรูพืชลดลง เพื่อให้ปลอดภัยกับสิ่งเเวดล้อมเเละมีสารพิษตกค้างในสิ่งเเวดล้อมน้อยที่สุด