การศึกษาเปรียบเทียบปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มฟลาโวนอยด์จากสารสกัดที่ได้จากพืช 5 ชนิด (ส้ม มะนาว กระเทียม กะหล่ำปลี และสะระแหน่)

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

เปรมมณี คารมย์, อนัญญา บุญพบ, ศศิธร ไชยแพงศรี

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

วิริยา ตาสี

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เลย

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2564

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โดยปกติแล้วร่างกายของคนเรามีสารอนุมูลอิสระที่มีหน้าที่ช่วยทำลายสิ่งแปลกปลอมเมื่อสิ่งนั้นเข้าสู่ร่างกายและถ้าหากร่างกายได้รับสารพิษจากภายนอกมากจะส่งผลให้ระบบควบคุมสารพิษในร่างกายมีประสิทธิภาพน้อยลงสารอนุมูลอิสระมีการสะสมตัวมากขึ้นจนกลายเป็นสารพิษที่ค่อย ๆ ทำร้ายร่างกาย จึงมีผลิตภัณฑ์มากมายที่ใช้ยับยั้งหรือชะลอการเกิดอนุมูลอิสระ การศึกษาทางการแพทย์สารกลุ่มฟลาโวนอยด์ได้ถูกพัฒนาเป็นยารักษาโรคมะเร็งซึ่งมีฤทธิ์ช่วยในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์และชักนำการตายของเซลล์มะเร็ง โดยไม่ส่งผลกระทบต่อเซลล์ปกติและสามารถยับยั้งการพัฒนาและความรุนแรงของเซลล์มะเร็ง เช่น การอักเสบ การสร้างหลอดเลือดใหม่ การแพร่กระจายรวมถึงการเอาชนะปัญหาการดื้อยาของเซลล์มะเร็งได้ ซึ่งปัจจุบันมีพืชหลากหลายชนิดที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ หนึ่งในสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ คือ" สารฟลาโวนอยด์ (flavonoids) " ซึ่งสารฟลาโวนอยด์เป็นวิตามินที่มีโครงสร้างเหมือนกับเอสโตรเจน (ฮอร์โมนเพศหญิง) มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนังและยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) เช่น ฟลาโวนคาเทชิน (พบในใบชา) เราจะเข้าใจได้ว่าสารฟลาโวนอยด์ที่มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกายของเราจริง ๆ แล้วอยู่ในรูปแบบของ “ไบโอฟลาโวนอยด์” ซึ่งมีผลต่อร่างกายคือต้านการอักเสบและป้องกันการเจริญของสารอนุมูลอิสระทั้งนี้มีพืชหลายชนิดที่เป็นแหล่งของสารที่ออกฤทธิ์ทางชีวภาพทางธรรมชาติที่มีสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มฟลาโวนอยด์ เช่น ส้ม มะนาว กระเทียม กะหล่ำปลี สะระแหน่ กระชายดำ ถั่วเหลือง บล็อกโคลี่ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เป็นต้น การศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสารสกัดฟลาโวนอยด์จากพืชและสมุนไพรมีอยู่เป็นจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น งานวิจัยของ ณัฐนนท์ อยู่สถิตย์ และชญาดา กลิ่นจันทร์ (2559) คือการศึกษาการวิเคราะห์สารประกอบฟลาโวนอยด์ในใบสะระแหน่ใบทับทิมและใบว่านแร้งคอดำเพื่อแปรรูปเป็นสมุนไพร พบว่าใบสะระแหน่และใบว่านแร้งคอดำมีสาร flavonol บริเวณส่วนยอดและใบอ่อนของทับทิมมีสาร flavanol เป็น องค์ประกอบ สารสกัดเอทานอลของใบทับทิม มีปริมาณฟลาโวนอยด์มากที่สุด คือ 13.10 - 21.55 มิลลิกรัม รองลงมาคือ ใบสะระแหน่และใบว่านแร้งคอดำ คือ ระหว่าง 8.82 - 17.13 และ ระหว่าง 1.30 - 2.50 มิลลิกรัม ตามลำดับ และผลการแปรรูปเป็นชา สมุนไพรพบว่า เครื่องดื่มชาใบสะระแหน่ (พืช 2 ต่อน้ำ 200 มิลลิลิตร) มีปริมาณฟลาโวนอยด์ทั้งหมดสูงที่สุด คือ ประมาณ 100.86 รองลงมา คือ เครื่องดื่มชาใบทับทิมและเครื่องดื่มชาใบว่านแร้งคอดำ คือ ประมาณ 32.53 และ 15.42 มิลลิกรัม ตามลำดับ

ดังนั้นคณะผู้จัดทำโครงงานจึงสนใจที่จะศึกษาหาและเปรียบเทียบปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มฟลาโวนอยด์ (flavonoids) ในกลุ่มพืชตัวอย่างทั้งหมด 5 ชนิด ได้แก่ ส้ม มะนาว กระเทียม กะหล่ำปลีและสะระแหน่ ซึ่งเป็นพืชที่มีสารต้านอนุมูลอิสระและพืชตัวอย่างที่นำมาศึกษาเป็นพืชที่หาได้ง่ายและราคาไม่แพง โดยการเตรียมสารสกัดพืชตัวอย่างด้วยตัวทำละลายทางเคมีและตรวจสอบสารต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ความสามารถในการเป็นสารต้านออกซิเดชั่น (antioxidant) เป็นวิธีที่สะดวก รวดเร็ว ง่ายต่อการวิเคราะห์ ให้ความถูกต้องและแม่นยำสูงและวิธีการตรวจสอบด้วยสารเคมี วิธีนี้จะใช้ลวดแมกนีเซียมและกรดไฮโดรคลอริกในการตรวจสอบ ถ้าสารละลายเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแสดงว่าพบสารฟลาโวนอยด์ ซึ่งวัตถุประสงค์ก็เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาข้อมูลพื้นฐานและองค์ความรู้แก่การนำไปพัฒนาเป็นยาหรืออาหารเสริมสุขภาพของวงการแพทย์ในอนาคต