แผ่นหนังเทียมสำหรับการผลิตกลองตุ๊กจากขยะขวดพลาสติก HDPE ร่วมกับฝุ่นขี้เลื่อยไม้ยางพารา เพื่อทดแทนการใช้หนังวัว

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ภคนันท์ ทัศนาภิรมย์, นฤปนาถ อักษรดิษฐ, พีรณัฐ อุตมเพทาย

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ขุนทอง คล้ายทอง, ชิตพงษ์ เหนือเกาะหวาย

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2562

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

กลองตุ๊กเป็นกลองชนิดหนึ่งที่ใช้ในการประกอบการแสดงละครชาตรี โนรา และหนังตะลุง โดยแผ่นหนังที่นิยมนำมาใช้มักทำจากหนังวัว ซึ่งต้องทำการฆ่าวัวและนำแผ่นหนังดังกล่าวมาผ่านกระบวนการฟอกแผ่นหนังซึ่งก่อให้เกิดปัญหาทางสิ่งแวดล้อมที่ตามมา อีกทั้งหนังวัวแต่ละแผ่นก็มีคุณสมบัติที่ไม่เท่ากันในทุกแผ่น การส่งเสริมการผลิตกลองตุ๊กในวิสาหกิจชุมชน จึงควรทำให้แผ่นหนังที่ได้มีคุณภาพเทียบเท่ากันในทุกๆแผ่น การพัฒนาหนังเทียมจึงเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมลักษณะดังกล่าว จึงได้มีการพัฒนาหนังเทียมที่ทำจากขยะขวดพลาสติก HDPE ร่วมกับฝุ่นขี้เลื่อยไม้ยางพารา โดยเริ่มจากการหาอัตราส่วนที่เหมาะสมของวัสดุที่นำมาขึ้นรูป แล้วนำไปทดสอบการขึ้นรูป พบว่าแผ่นหนังเทียมสามารถขึ้นรูปได้ 7 สูตร ได้แก่ สูตร A2, A5, A6, A8, A9 และ A11 จากนั้นนำหนังเทียมที่ขึ้นรูปไปทดสอบคุณสมบัติเชิงกลทั้ง 3 คุณสมบัติ ได้แก่ ความแข็งที่ผิว การทนต่อแรงดึง และความต้านทานการสึกหรอ พบว่าหนังเทียมสูตร A8 มีค่าความแข็งที่ผิวมากที่สุดคือ 56.25 ในการทดสอบการทนต่อแรงดึงพบว่าสูตร A11 มีค่าการทนต่อแรงดึงมากที่สุดคือ 1,880 ± 9.1945 การทดสอบความต้านทานต่อการสึกหรอพบว่าสูตร A8 มีค่าความต้านทานต่อการสึกหรอมากที่สุด ผู้จัดทำจึงได้ทดลองนำสูตรที่เหมาะสมไปผลิตเป็นกลองตุ๊ก พบว่าสูตรที่ A8 มีค่าความดังเสียงอยู่ที่ 78.7 เดซิเบล ความถี่เสียงอยู่ที่ 238.17 Hertz เทียบได้กับโน๊ตดนตรี Bb3 และมีความยาวคลื่นเสียงอยู่ที่ 148.02 เซนติเมตร โดยกลองที่ผลิตจากหนังแท้ มีค่าความดังเสียงอยู่ที่ 75.1 เดซิเบล ความถี่เสียงอยู่ที่ 236.48 Hertz เทียบได้กับโน๊ตดนตรี Bb3 และมีความยาวคลื่นเสียงอยู่ที่ 142.71 เซนติเมตร ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหนังเทียมที่ผลิตขึ้นสามารถนำมาใช้ทดแทนหนังแท้ได้