แผ่นผิวหนังเทียมจากยางพาราผสมใบส้มแขก

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

นาบีละห์ หมัดอาดัม, ซาฟาร่า สะแอเต๊ะ, อาซิฟ ยะยา

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

มูฮัมหมัดริฎวาน สมานุรัตน์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนอัตตัรกียะห์อิสลามียะห์

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2561

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ปัจจุบันอาชีพทำสวนยางพาราเป็นอาชีพที่มีผู้คนประกอบมากเป็นลำดับต้นๆ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งการประกอบอาชีพยางพาราจำเป็นต้องใช้น้ำส้มฆ่ายางที่มีฤทธิ์เป็นกรด ซึ่งมีผลต่อสุขภาพของผู้ใช้ ทางกลุ่มจึงจัดทำโครงงานนี้ขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาพืชที่มีฤทธิ์เป็นกรดที่สามารถมาใช้แทนน้ำส้มฆ่ายางได้ เพื่อทำให้ยางแข็งตัวได้ดี และยังเป็นประโยชน์ในการนำแผ่นยางที่ได้มาเตรียมเป็นแผ่นผิวหนังเทียมเพื่อใช้ฝึกการทำหัตถการในทางการแพทย์อีกด้วย ซึ่งทางกลุ่มจึงผลิตแผ่นผิวหนังเทียมจากยางพาราผสมน้ำใบส้มแขกเพื่อให้นักศึกษาแพทย์ได้ฝึกหัดการเย็บแผล โดยในการผลิตแผ่นผิวหนังเทียมจากยางพาราผสมน้ำใบส้มแขกทางกลุ่มทำได้คิดค้นการสกัดสารที่จะนำมาทดแทนน้ำส้มฆ่ายาง โดยเลือกใช้ใบส้มแขก ซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรด โดยการนำใบส้มแขกมาหมักไว้ 24 ชั่วโมง ซึ่งจะมีการวัดค่า pH ด้วยเครื่อง pH meter ค่า pH น้ำใบส้มแขก เท่ากับ 1.98 ใส่ตะกงน้ำยางได้ยางแผ่นขนาดมาตรฐาน 1 แผ่น เมื่อผสมน้ำยางกับสารแล้วให้ใช้ไม้พายกวนจนสังเกตเกิดความเข้มข้น แล้วทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จากผลการทดลองการเตรียมแผ่นผิวหนังเทียมจากยางพาราผสมน้ำใบส้มแขก เพื่อทำการศึกษาการใช้กรดจากธรรมชาติมาใช้ผสมในยางพาราและเตรียมเป็นแผ่นผิวหนังเพื่อใช้ในการฝึกการทำหัตถการในทางการแพทย์ พบว่า

  1. จากผลการทดลองหาความยืดหยุ่นพบว่าน้ำยางที่ผสมน้ำใบส้มแขกมีความยืดหยุ่นสูงกว่าน้ำยางที่ผสมกรดฟอร์มิค

  2. จากการหาค่า pH ขอน้ำใบส้มแขก พบว่า มีค่า pH เท่ากับ 1.98

  3. จากการสังเกตสีของยางพาราผสมน้ำใบส้มแขก พบว่า แผ่นยางมีสีออกน้ำตาลใส

  4. จากการทดลองหาระยะเวลาในการแข็งตัวของยางที่ผสมน้ำใบส้มแขก พบว่า ยางจะแข็งตัวได้ช้ากว่าน้ำยางที่ผสมกรดฟอร์มิค

  5. จากผลการทดลองกลิ่นของเนื้อยางพารา พบว่า ยางมีกลิ่นฉุนน้อยมากทั้งขณะเปียกและขณะแห้ง

  6. เมื่อปล่อยแผ่นยางทิ้งไว้ในที่ร่ม 2 สัปดาห์ ยางที่ผสมกรดฟอร์มิคมีเชื้อราขึ้นบนแผ่นยางแต่ยางที่ผสมน้ำใบส้มแขกไม่เกิดเชื้อรา