วิเคราะห์นิวไคลด์กัมมันตรังสีในพืช บริเวณเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

อัญชิษฐา ภิรมย์รักษ์, ไซม๊ะห์ ปาทาน

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

พวงทิพย์ แก้วทับทิม

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2561

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

สารกัมมันตรังสี เป็นสารอันตราย เกิดจากการสลายตัวของธาตุกัมมันตรังสี ทำให้เกิดธาตุใหม่ขึ้นมา และในขณะเดียวกันจะมีการปล่อยสารกัมมันตรังสีออกมาด้วย เมื่อมนุษย์ได้รับสารกัมมันตรังสีเข้าสู่ร่างกายจะทำให้เป็นอันตราย เช่นโรคมะเร็งปอด ระบบการทำงานภายในร่างกายผิดปกติ และหากได้รับในปริมาณมากอาจทำให้เสียชีวิตได้ ทางผู้วิจัยเห็นความสำคัญของปัญหานี้ จึงได้ศึกษาวิธีการในการลดปริมาณรังสีที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมโดยกระบวนการบำบัดด้วยพืช (Phytoremediation) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก และไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก สำหรับการศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาศักยภาพในการดูดซับสารกัมมันตรังสีในดินของพืชในบริเวณเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อนำไปใช้ในการบำบัดปัญหาการปนเปื้อนของสารกัมมันตรังสีในดิน เนื่องจากทางผู้วิจัยได้ศึกษางานวิจัยต่างๆพบว่าบริเวณอำเภอต่างๆในจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีปริมานยูเรเนียม และทอเรียมสูง โดยเฉพาะบริเวณเกาะเต่า เพราะเกาะเต่าเป็นพื้นที่ที่มีปริมาณหินแกรนิตจำนวนมากจึงมีปริมาณนิวไคลด์กัมมันตรังสีปนเปื้อนสูง จากการศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวกับการศึกษาการดูดซับรังสีของพืชพบว่าพืชจำพวกพืชหัวจะมีประสิทธิภาพในการดูดซับรังสีได้ดี เนื่องจากสามารถสะสมกัมมันตรังสีในบริเวณหัวได้มาก เราจึงเลือกพืช กล้วยป่า บอน ข่า และกระทือเพื่อนำมาศึกษาในครั้งนี้ โดยการศึกษาครั้งนี้จะวิเคราะห์ธาตุกัมมันตรังสี ซีเซียม-137(Cs-137) เรเดียม-226(Ra-226) โพแทสเซียม-40(K-40) ยูเรเนียม-238(U-238)(uranium series) และทอเรียม-232(Th-232)(thorium series) โดยการนำตัวอย่างพืชและดินมาตรวจปริมาณนิวไคลด์กัมมันตรังสี และวิเคราะห์หาค่ากัมมันตรังสี ค่าดัชนีวัดความเสี่ยงรังสีที่ได้รับภายนอก ค่าดัชนีวัดความเสี่ยงรังสีที่ได้รับจากภายใน ค่าอัตราปริมาณรังสีแกมมาดูดกลืน ปริมาณรังสีที่ได้รับจากภายนอกร่างกายประจำปี และคำนวณปัจจัยการถ่ายโอนของสารกัมมันตรังสีจากดินสู่พืช เพื่อหาพืชที่มีศักยภาพในการดูดซับรังสีและทราบพืชที่มีอันตรายต่อการบริโภค ซึ่งคาดหวังว่าจะเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาทางสิ่งแวดล้องบบริเวณเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้อย่างมีประสิทธิภาพ