การพัฒนาระบบเซ็นเซอร์สำหรับการตรวจสอบคุณภาพของดินในการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์โดยใช้ IoT
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ปวีณอร แดงเดื่อ, ปิยาพร แดงเดื่อ, ก้องกิดากร อ่อนสุวรรณา
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
สุภาวดี หิรัญพงศ์สิน
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
ในปัจจุบันมีการนำเอา IoT เข้ามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันกันอย่างแพร่หลาย รวมถึงภาคเกษตรกรรมเพื่อ วัตถุประสงค์ในด้านการบริหารจัดการฟาร์มอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการนำเอาเทคโนโลยีมาผสมผสาน เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพต่างๆภายในฟาร์ม หรือเรียกว่า สมาร์ทฟาร์ม (Smart Farm) โดยมีอุปกรณ์ที่ควบคุมการทำงานต่างๆ หรือ การตรวจวัดค่าต่างๆ การใช้เซ็นเซอร์วัดข้อมูล เช่น เซ็นเซอร์วัดดิน (Soil Sensor) ที่สามารถเก็บข้อมูลต่าง ๆ ได้แก่ ความชื้น ในดิน อุณหภูมิ ปริมาณแสง และสารเคมี เพื่อวางแผนการแก้ปัญหาต่างๆได้อย่างแม่นยำข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้ราคาดีและช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ โดยจากการศึกษาค้นคว้านั้นพบว่า หาสัตว์ในฟาร์มหรือโรงปศุสัตว์ ได้รับสารอาหารจากพืชที่มาก หรือ น้อยจนเกินไป จะทำให้ผลผลิตที่ได้นั้นคุณภาพต่ำ หรือ มีสารอาหารไม่เพียงพอต่อสัตว์ โดยงานวิจัยนี้จะมีประโยชน์กับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ โดยส่วนใหญ่นั้นอาหารสัตว์ที่นิยมนำมาเลี้ยงสัตว์นั้นคือข้าวโพด ข้าวโพดนั้นสามารถนำมาเลี้ยง สุกร และสัตว์ปีกชนิดต่างๆ ข้าวโพดเจริญเติบโต ได้ดีในอุณหภูมิระหว่าง 24-30 องศาเซลเซียส และ อุณหภูมิต่ำสุด ข้าวโพดสามารถทนทานต่ออากาศหนาวเย็นได้ดี แต่เมื่อโตขึ้น จะไม่ทนทานต่อสภาพอากาศดังกล่าว ดินที่เหมาะสำหรับการปลูกข้าวโพดควรมี pHระหว่าง 5.5-7 อุณหภูมิในดินที่เหมาะสมในการเพาะปลูก ระหว่าง 20- 30 องศา และค่าความชื้นในดินจะมีความสัมพันธ์กับอุณหภูมิในดิน หากข้าวโพกเจริญเติบโตในดินที่มีสารอาหารน้อย หรือมากเกินไป อาจเกิดผลเสียต่อผลผลิต และสัตว์ที่รับประทาน
เนื่องจากปัญหาข้างต้น คณะผู้พัฒนาจึงนำมาค้นคว้าและหาวิธีที่สามารถตรวจหาความอุดมสมบรูณ์ของดิน โดยการตรวจหา ค่า NPK ค่าความชื่น และ ค่า pH เพื่อที่จะสามารถตรวจสอบ และแก้ไขปัญหา การขาดสารอาหารในดิน นาย กฤตพร เอี่ยมสะอิ้ง ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับ ระบบเซ็นเซอร์สภาพแวดล้อมสำหรับการประเมินระบบการ ตรวจสอบคุณภาพของดินในการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยใช้ IoT และ FOSS4G โดยมีการวัดผลข้อมูลโดย สามารถวัดค่า ธาตุอาหาร ความชื้น อุณหภูมิ ความเป็นกรดด่าง ทั้งนี้ระบบเซนเซอร์นั้นยังไม่สามารถตรวจวัดค่า NPK ได้ โดยตรง คณะผู้พัฒนาจึงนำมาพัฒนาต่อ เพื่อให้สามารถตรวจวัดค่า NPK ได้ เพื่อสามารถนำไปใช้กับพืชชนิดอื่นที่ต้องการสารอาหารต่างๆมากน้อยตามชนิดของพืช
โดยทางคณะผู้พัฒนาได้พัฒนาระบบเซ็นเซอร์ ให้ตวรจวัดค่า NPK ค่าความชื่น และ ค่า pH เพื่อปรับสภาพดินที่ใช้เพาะปลูก ให้มีสารอาหารตรงกับความต้องการของพืชชนิดนั้นๆ และ ยังสามารถส่งข้อมูลต่างๆ ผ่านทางแอปพริเคชั่นแบบ Real-Time ได้อีกด้วย