แผ่นฟิล์มตรวจจับอาหารเสีย

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ชุติสรณ์ จอมคำสิงห์, ศุภิสรา จันทศิลา, พิชญาภา ปฏิพันธ์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

เดือนเพ็ญ ธรรมพิทักษ์, นาคิน สัจจะเขตต์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2564

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

บทนำ

จากสถานการณ์โรคอุบัติใหม่ ไวรัสกลายพันธุ์ covid-19 เมื่อพุทธศักราช 2562 ได้สร้างผลกระทบไปทั่วโลก โดยทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสมรวมทั่วโลก 197 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตรวม 4.2 ล้านคน และประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อสะสมจำนวน 5.6 แสนคนและเสียชีวิต 4,562 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กรกฎาคม 2564) ก่อให้เกิดวิกฤติในด้านเศรษฐกิจ สังคมและการดำเนินชีวิตอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจในด้านโรงแรม ร้านอาหาร ที่ล้วนส่งผลกระทบให้มีผู้ตกงานจำนวนมาก หรือทำให้ธุรกิจทางด้านการขนส่ง(Logistics) ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และประเทศไทยมีส่วนแบ่งการตลาดอาหารทะเลแปรรูปอันดับ 5 ของโลก และส่วนแบ่งการตลาดอาหารกระป๋อง และปรุงสุก อันดับ 2 ของโลก (ข้อมูลจาก World Bank-World Development Indicator) จากวิถีชีวิตใหม่ดังกล่าว ทำให้สินค้าสำเร็จรูป อาหารแช่แข็ง อาหารแช่เย็น อาหารแปรรูปได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบันทำให้เกิดวิถีชีวิตใหม่(New Normal) ไม่ว่าจะเป็นการกักตัวที่บ้าน(Home Isolation) การเรียนออนไลน์ และการสั่งสินค้าออนไลน์ รวมถึงการสั่งอาหารออนไลน์

จากการเข้าสู่วิถีชีวิตใหม่ ทำให้สินค้าแช่เย็น และสินค้าแช่แข็งเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากมีความสะดวก สะอาด และพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยเปลี่ยนไปโดยมีพฤติกรรมการกักตุนอาหารคราวละมากๆ จากห้างสรรพสินค้า โดยพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พบว่าคนไทยซื้ออาหารบรรจุพร้อมขาย (Packaged Food) เพิ่มขึ้นถึง 40% (แบรนด์อินไซด์.เอเชีย,2563 ) และเมื่อเวลาผ่านไปทำให้อาหารที่มีอยู่นั้นไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัดว่าอาหารดังกล่าวยังสามารถบริโภคได้อยู่หรือไม่ ถึงแม้จะมีฉลากระบุวันที่ควรบริโภคก่อนไว้ แต่เนื่องจากกระบวนการจัดเก็บของผู้ซื้ออาจจะมีการจัดเก็บไม่ถูกต้องหรืออุณหภูมิในตู้เย็นไม่เหมาะสม ทำให้อาหารบางชนิดเสียก่อนเวลาอันควร หรืออาหารบางชนิดที่ถูกจัดเก็บได้ถูกวิธีสามารถอยู่ได้นานกว่าที่ติดฉลากไว้ การนำอาหารที่ยังไม่เสียทิ้งได้ทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก โดยเมื่อพิจารณาจากปริมาณขยะในประเทศไทยประมาณร้อยละ 64 คือขยะอาหาร และในสถานการณ์ปัจจุบันผู้คนจำนวนมากมีพฤติกรรมสั่งอาหารเดลิเวอรี่มากขึ้น ทำให้มีขยะอาหารมากขึ้น

ผู้จัดทำได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าวจึงได้จัดทำแผ่นฟิล์มตรวจจับอาหารเสียขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาขยะที่เกิดจากอาหารที่ทิ้งโดยที่ไม่ทราบว่าอาหารเหล่านี้ยังสามารถบริโภคได้อยู่หรือไม่ เพื่อเพิ่มโอกาสในการบริโภคให้อาหารสำเร็จรูป มี Life time ที่มากขึ้น เพื่อช่วยให้ร้านค้า หรือร้านอาหารที่ปรับเปลี่ยนตนเองไปทำอาหารแช่เย็น เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้สามารถส่งผลิตภัณฑ์อาหารที่สดใหม่ให้แก่ลูกค้าได้ โดยชุดตรวจนี้จะตรวจจับแก๊สแอมโมเนียที่ออกจากอาหารเสีย ผ่านการใช้ Bromothymol blue เป็นสารที่ใช้ตรวจสอบโดยหากมีการเปลี่ยนสีของสารดังกล่าว อาจสรุปได้ว่าอาหารเกิดการเน่าเสียได้

ปัญหา

โดยพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พบว่าคนไทยซื้ออาหารบรรจุพร้อมขาย (Packaged Food) เพิ่มขึ้นถึง 40% (แบรนด์อินไซด์.เอเชีย,2563 ) และเมื่อเวลาผ่านไปทำให้อาหารที่มีอยู่นั้นไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัดว่าอาหารดังกล่าวยังสามารถบริโภคได้อยู่หรือไม่ ถึงแม้จะมีฉลากระบุวันที่ควรบริโภคก่อนไว้ แต่เนื่องจากกระบวนการจัดเก็บของผู้ซื้ออาจจะมีการจัดเก็บไม่ถูกต้องหรืออุณหภูมิในตู้เย็นไม่เหมาะสม ทำให้อาหารบางชนิดเสียก่อนเวลาอันควร หรืออาหารบางชนิดที่ถูกจัดเก็บได้ถูกวิธีสามารถอยู่ได้นานกว่าที่ติดฉลากไว้ การนำอาหารที่ยังไม่เสียทิ้งได้ทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก

สมมติฐาน

ชุดตรวจจับอาหารเสีย สามารถตรวจจับแอมโมเนียที่เกิดจากอาหารเสียจึงทำให้ปล่อยแก๊สแอมโมเนียออกมาได้อย่างแม่นยำและช่วยลดปัญหาปริมาณขยะที่เกิดจากอาหาร