การผลิตน้ำส้มฆ่ายางจากกล้วยหอม กล้วยไข่ และกล้วยเล็บมือนางด้วยกรรมวิธีธรรมชาติเพื่อเปรียบเทียบระยะเวลาในการจับตัวของน้ำยางพาราสด

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

สันต์ฤทัย โออินทร์, ดวงฤทัย ศรีเพ็ชร, ศศิกานต์ จันทรเดช

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

อุไร หนูแก้ว

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2564

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตน้ำส้มฆ่ายางจากกล้วยหอม กล้วยไข่ และกล้วยเล็บมือนาง ด้วยกรรมวิธีการหมักแบบธรรมชาติ เพื่อนำมาเป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกในการทำให้น้ำยางพาราสดจับตัวแทนน้ำส้มฆ่ายางทั่วไปที่มีความอันตรายต่อต้นยางพาราและผู้ใช้งาน โดยเลือกใช้กล้วยหอม กล้วยไข่และกล้วยเล็บมือนาง มาเปรียบเทียบกัน ซึ่งมีส่วนประกอบของน้ำส้มฆ่ายางคือ กล้วย น้ำตาล และน้ำเปล่า ในอัตราส่วนที่แตกต่างกันคือ 5:3:5 5:1:5 3:1:5 และ 1:3:5 ตามลำดับ และนำเชื้อยีสต์ Saccharomyces cerevisiae ร้อยละ 5 โดยมวลต่อปริมาตรของน้ำส้มฆ่ายางที่ได้มาผสมเข้าด้วยกัน หมักด้วยกระบวนการไม่ใช้อากาศเป็นระยะเวลา 15 วัน จากนั้นนำมาหมักต่อด้วยกระบวนการใช้อากาศในบีกเกอร์ เป็นเวลา 1 เดือน โดยใช้ผ้าขาวบางปิดบริเวณปากบีกเกอร์ จากการทดลองนำน้ำส้มฆ่ายางจากกล้วยหอม กล้วยไข่ และกล้วยเล็บมือนางที่อัตราส่วนของส่วนประกอบแตกต่างกันมาทดสอบค่าความเป็นกรด - ด่างพบว่าน้ำส้มฆ่ายางจากกล้วยไข่อัตราส่วน 3:1:5 มีค่าความเป็นกรดมากที่สุด และน้ำส้มฆ่ายางจากกล้วยเล็บมือนางอัตราส่วน 1:3:5 มีค่าความเป็นกรดน้อยที่สุด คือมีค่าความเป็นกรด – ด่างประมาณ 3.28 และ 3.65 ตามลำดับ จากนั้นทำการทดลองเปรียบเทียบระยะเวลาการจับตัวของน้ำยางสดจากการใช้น้ำส้มฆ่ายางจากกล้วยกับน้ำส้มฆ่ายางทั่วไป พบว่าน้ำยางพาราสดมีอัตราเร็วเฉลี่ยในการจับตัวจากการใช้น้ำส้มฆ่ายางทั่วไป เท่ากับ 0.411 กรัม/นาที รองลงมาคือน้ำส้มฆ่ายางจากกล้วยไข่ 3:1:5 มีอัตราเร็วเฉลี่ยในการจับตัวจากการใช้น้ำส้มฆ่ายางเท่ากับ 0.385 กรัม/นาที สรุปได้ว่าน้ำส้มฆ่ายางจากกล้วยไข่อัตราส่วน 3:1:5 ทำให้น้ำยางพาราสดจับตัวได้ภายในระยะเวลาที่รวดเร็วและใกล้เคียงกับการใช้น้ำส้มฆ่ายางทั่วไป จึงสามารถนำมาเป็นอีกทางเลือกในการทำให้น้ำยางพาราสดจับตัวกันทดแทนการใช้น้ำส้มฆ่ายางทั่วไปได้