การพัฒนาวัสดุครอบบังแสงเพื่อใช้ในการผลิตกุยช่ายขาว
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
จินตนา จองแค, สกุลรัตน์ พรหมธิ, สุภัทรา หัตถกอง
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
เกียรติศักดิ์ อินราษฎร, สุธิพงษ์ ใจแก้ว
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
กุยช่ายเป็นพืชล้มลุก อยู่วงค์เดียวกับหอมกระเทียม มีเหง้าอยู่ใต้ดิน รสชาติเผ็ดร้อน มีกลิ่นฉุนแรง นิยมนำทั้งลำต้น ใบ และดอก มาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู รับประทานได้ทั้งสดและปรุงสุก ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการสูง บำรุงสายตา กระดูก และบำรุงเลือด เนื่องจากต้นกุยช่ายมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส และธาตุเหล็กสูง กุยช่ายที่จำหน่ายตามท้องตลาด และร้านอาหาร มีอยู่ 2 ประเภทด้วยกัน คือ กุยช่ายเขียวและกุยช่ายขาว ซึ่งจะแตกต่างในเรื่องของกระบวนการดูแลรักษา กล่าวคือ การใช้วัสดุบังแสงเพื่อทำให้กุยช่ายเป็นสีขาว มีรสชาติที่หวาน กรอบ อร่อยกว่า และมีกลิ่นฉุนน้อยกว่ากุยช่ายเขียว จึงเป็นที่ต้องการของตลาดมากกว่า และมีราคาสูงกว่ากุยช่ายเขียว 5-6 เท่าตัว (วิธีปลูก'กุยช่าย'ขายทำเงิน, 2561)
การผลิตกุยช่ายขาวเกษตรกรจะทำสลับกับการเก็บเกี่ยวกุยช่ายเขียว โดยจะนำวัสดุครอบบังแสง เช่น กระถางดินเผา กระถางพลาสติก กระบอกไม้ไผ่ มาครอบต้นตอของกุยช่ายเขียวที่ถูกตัดลำต้นเพื่อจำหน่าย โดยครอบไว้ประมาณ 10-12 วัน จึงได้เป็นกุยช่ายขาว อย่างไรก็ตามจากการศึกษาข้อมูลและสอบถามเกษตรกรผู้ปลูกกุยช่าย พบว่า ชนิดของวัสดุที่นำมาครอบบังแสงกุยช่าย ส่งผลให้การผลิตกุยช่ายขาวมีคุณภาพข้อดีและข้อด้อยแตกกต่างกันไป เช่น กระถางดินเผาจะให้ผลผลิตกุยช่ายขาวที่ดีกว่า แต่กระถางดินเผามีน้ำหนักมาก ต้นทุนสูง ขนย้ายลำบาก แตกง่าย กระถางพลาสติกจะทำให้ผลผลิตน้อยกว่ากระถางดินเผา ส่วนกระบอกไม้ไผ่มีขนาดเล็กครอบบังแสงให้กุยช่ายต่อจำนวนต้นได้น้อยกว่าและสิ้นเปลืองทรัพยากร (การผลิตกุยช่ายขาว, 2559)
จากประเด็นดังกล่าวผู้วิจัยจึงสนใจปัจจัยที่เหมาะสมต่อการผลิตกุยช่ายขาว โดยศึกษาชนิดของวัสดุครอบบังแสงกุยช่ายขาว และพัฒนาวัสดุครอบบังแสงต้นทุนต่ำ เป็นวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในท้องถิ่น สามารถควบคุมคุณภาพและการเจริญเติบโตของกุยข่ายขาวได้ดี ทั้งนี้ได้เลือกศึกษา กาบไผ่ และใบสับปะรด ซึ่งมีความเหนียว และมีสมบัติในการกันน้ำ ชาวบ้านนิยมนำมาใช้ประดิษฐ์เป็นหมวก หรือจักรสานเป็นวัสดุให้ร่มเงา ( กาบไผ่;สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาลัยเกษตรศาสตร์,2560) และ ( ใบสัปปะรด;แหล่งเส้นใยธรรมชาติศักยภาพสูง, 2547) การศึกษาในครั้งนี้ จะเป็นแนวทางในการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มมูลค่าและคุณภาพผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรให้สูงขึ้นต่อไป