การศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดหยาบจากเปลือกมังคุด ต่อการยับยั้งการเจริญของแบคทีเรีย Staphylococcus sp., P. aeruginosa และ E. coli เพื่อใช้เป็นสเปร์ยฆ่าเชื้อบนพื้นผิวแข็ง

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ฉัตร​า​ภรณ์​ นิติภัก​ดิ์​, อาทิมา พฤฒิชัยวิบูลย์, พงศกร จักขุกุศล

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

นัดดา สุธรรมมิกร

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวารีเชียงใหม่

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2564

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

จากสถานการณ์ปัจจุบัน มีการระบาดของโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ ซึ่งมีสาเหตุทั้งจาก แบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ร่างกายของเราต้องพบเจอกับจุลชีพทั้งที่ก่อโรค และไม่ก่อโรคมากมาย แบคทีเรียเหล่านี้มักพบปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อม หรือบนผิววัสดุต่างๆ ดังนั้นทางกลุ่มผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาสารจากธรรมชาติที่สามารถใช้เป็นสารทำความสะอาด และ สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียบนพื้นผิววัสดุแข็งได้

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการส่งออกผลไม้ เป็นมูลค่าทางการตลาดมาก หนึ่งในผลไม้ที่ทั้งคนไทย และชาวต่างชาตินิยมรับประทาน คือ มังคุด เมื่อรับประทานเนื้อแล้ว ส่วนเปลือกจะกลายเป็นขยะอินทรีย์ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ทางคณะผู้วิจัยจึงสนใจที่จะนำเปลือกมังคุดมาใช้ในการศึกษา จากงานวิจัยมีการรายงานว่าสารสกดั หยาบจากเปลือกมังคุด มีคุณสมบัติยับยั้งการเจริญของแบคทีเรีย โดยสารสำคัญ คือ xanthone, tannin, saponin และ terpenoid ทางคณะผู้จัดทำ จึงสนใจที่จะทดสอบประสิทธิภาพในการยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรียของ สารสกัดหยาบจากเปลือกมมังคุดโดยทำการสกีดด้วยแอทานอล95% และนำสารสกัด หยาบที่ได้(% yield 2.73± 0.49 %) มาทดสอบการยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียโดยเทคนิคdisc diffusion testผลการศึกษาพบว่า สารสกัด หยาบจากเปลือกมังคุดสามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อS. aureus ATCC 25923, S. epidermidis sp350 และ E. coli ATCC 25922 โดยมีขนาดของ inhibition zone ดังนี้ 12.8 ± 0.14, 15.3 ±0.12 และ 11.0 ± 0.12 mm. ตามลำดับ เปรียบเทียบกับยามาตรฐาน vancomycin และ gentamycin (250 µg/ml) จากนั้นนำสารสกัด ดังกล่าวมาเจือจางด้วยน้ำ และนำมาทดสอบการฆ่าเชื้อโดยทดสอบกับลูกบิดประตูห้องน้ำเพื่อทำการเพาะเชื้อบน Nutrient agar ก่อนทำความสะอาด และหลังทำความสะอาดทุก 5, 15, 30 และ 60 นาทีและทำการนับโคโลนี (colony count)ผลการศึกษา พบว่าภายหลังการทำความสะอาดทุกระยะเวลาที่ทำการทดสอบมีจา นวนโคโลนีของเชื้อน้อยกว่าการไม่ทำความสะอาดหากมีการพัฒนาต่อยอดไปใชเ้ป็นนำ้ยาทำความสะอาดกับอุปกรณ์เช่นโถขับถ่ายของผู้ปวยติดเตียงจะช่วย ลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ป่วยและเพิ่มมูลค่าให้กับขยะอินทรีย์เหล่านี้ต่อไป