การศึกษากลไกการพองตัวของเมล็ดแมงลักและการประยุกต์ใช้

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ชินพัฒน์ สะตะ, ศุภกร​ พิมพ์ชารี, วิชชากร อนวัชศิริวงศ์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

วีรยุทธ ทองแดง

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนกัลยาณวัตร

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2561

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยการพองตัวและการดูดซับน้ำของเมล็ดแมงลักและการประยุกต์ใช้ในการปลูกเมล็ดข้าวโพดจากปัญหาภัยแล้งในสภาวะฝนทิ้งช่วง โดยการศึกษาแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอนคือขั้นตอนแรกเป็นการศึกษาปัจจัยการพองตัวของเมล็ดแมงลักโดยมีการศึกษาปัจจัยต่างๆได้แก่ ชนิดของสารละลาย ค่าความเป็นกรด-ด่าง ร้อยละความเค็ม และอุณหภูมิของน้ำ ขั้นตอนที่สองคือการศึกษาวัสดุเคลือบเมล็ดพืชผสม มิวซิเลจจากเมล็ดแมงลักในการปลูกข้าวโพดโดยแบ่งได้ 2 ขั้นตอนคือ การศึกษารูปแบบการใช้มิวซิเลจจากเมล็ดแมงลัก และการศึกษาอัตราส่วนที่เหมาะสมในการใช้มิวซิเลจร่วมกับวัสดุดูดซับ ผลการทดลองพบว่าเมล็ดแมงลักจะไม่เลือกดูดและพองตัวใน น้ำมันพืช,อะซิโตน,เอทิลอะซิเตรต,เอทิลแอลกอฮอร์,เมทิลแอลกอฮอร์ แต่จะดูดและพองตัวเฉพาะในน้ำ และยังมีค่าความเป็นกรด-ด่างที่ส่งผลต่อการดูดและพองตัวของเมล็ดแมงลักคือน้ำที่มีค่าความเป็นกรด-ด่างเท่ากับ 7 จะมีการดูดน้ำและพองตัวได้ดีที่สุดโดยการพองตัวจะลดลงเมื่อค่าความเป็นกรด-ด่าง แตกต่างจาก 7 มากขึ้นเรื่อยๆ และร้อยละความเค็มมากจะทำให้การดูดน้ำและการพองตัวของเมล็ดแมงลักลดลง ซึ่งเมล็ดแมงลักจะดูดน้ำและพองตัวได้ดีที่สุดเมื่อในน้ำมีร้อยละความเค็มเท่ากับศูนย์ซึ่งมีค่าการดูดน้ำเท่ากับ 20.06 ml/g ทั้งนี้อุณหภูมิของน้ำก็มีผลต่อการดูดน้ำและพองตัวเช่นกัน เมื่ออุณหภูมิของน้ำเพิ่มขึ้นการดูดน้ำและพองตัวของเมล็ดแมงลักจะลดลง และสรุปได้ว่าอุณหภูมิจะแปรผกผันกับการดูดน้ำและการพองตัวของเมล็ดแมงลัก โดยน้ำที่อุณหภูมิห้องจะมีการดูดน้ำและพองตัวของเมล็ดแมงลักที่ดีที่สุดเท่ากับ 23.33 ml/g และจากการศึกษาวัสดุเคลือบเมล็ดพืชผสมมิวซิเลจจากเมล็ดแมงลักในการปลูกข้าวโพด ได้ผลการทดลองพบว่ารูปแบบในการใช้มิวซิเลจจากเมล็ดแมงลักที่สามารถดูดน้ำได้ดีที่สุดคือมิวซิเลจแบบปั่นแห้งโดยมีค่าการดูดน้ำเท่ากับ 19 ml/g จึงนำมิวซิเลจแบบปั่นแห้งมาใช้ในการศึกษาหาอัตราส่วนที่เหมาะสมในการทำวัสดุเคลือบเมล็ดแมงลัก โดยพบว่า มิวซิเลจแบบปั่นแห้งผสมกับอ้อยในอัตราส่วน 1:1 โดยใช้กากน้ำตาลเป็นตัวประสานเป็นสูตรที่มีค่าการดูดน้ำและมีลักษณะการพองตัวที่ดีที่สุดคือ มีค่าการดูดน้ำ 3.3 ml/g และมีลักษณะหลังจากการดูดน้ำคือ ผิวนอกพองแต่ไม่แตก จากผลการทดลองที่ได้จะได้วัสดุเคลือบเมล็ดข้าวโพดจากมิวซิเลจที่สามารถนำไปปลูกข้าวโพดในพื้นที่ที่เกิดสภาวะภัยแล้วเนื่องจากฝนทิ้งช่วง