การวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของโคลนหนองสูงที่มีผลต่อการติดทนสีของเส้นไหม

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พยุงทรัพย์ ประสาระเอ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

วัชราภรณ์ แสนนา, เกียรติศักดิ์ บุตรสุด

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย บุรีรัมย์

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2561

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพและองค์ประกอบทางเคมีของโคลนหนองสูงที่นำมาใช้ในการหมักผ้าไหมและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการติดทนสีของเส้นไหมที่ย้อมจากวัตถุดิบตามธรรมชาติ โดยทำการสำรวจแหล่งชุมชนที่มีการย้อมสีธรรมชาติในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทางผู้จัดทำจึงมีความสนใจที่จะนำเอาความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการยืนยันคุณสมบัติของโคลน โดยการนำมาทดลองย้อมเปรียบเทียบการติดสีโดยแบ่งออกเป็น 4 ชุดการทดลอง 1. เส้นใยไหมบริสุทธิ์ 2. เส้นใยไหมที่แช่ในน้ำใบยูคาลิปตัสผสมกับน้ำใบมะม่วง 3. เส้นไหมที่แช่ในโคลนหนองสูง 4. เส้นไหมที่แช่ในโคลนท้องถิ่น ตามลำดับและนำมาย้อมด้วยสีจากธรรมชาติโดยใช้น้ำเป็นตัวทำละลาย ได้แก่ สีแดงจากครั่ง สีเหลืองจากขมิ้น สีน้ำเงินจากอัญชัน ตามลำดับ โดยนำเส้นไหมไปต้มที่อุณหภูมิ 70 องศาเป็นเวลา 30 นาที ทดสอบการติดทนสีโดย นำเส้นไหมที่ผ่านการย้อมมาปั่นกวนในเครื่องปั่นกวนแม่เหล็กเป็นเวลา 30 นาที จากนั้นนำน้ำสีไปวิเคราะห์ค่าการดูดกลืนแสงของสีด้วยเครื่องมือ Spectrophotometer วัดค่าการติดทนสีพบว่า โคลนหนองสูงมีประสิทธิภาพการติดทนสีที่ดีกว่าเส้นไหมธรรมดาและเส้นไหมที่แช่ในโคลนทั่วไป การทดสอบวัดค่า pH ด้วยเครื่อง pH meter มีเท่ากับ 3.45 และการศึกษาองค์ประกอบที่มีผลต่อการติดทนสีของเส้นใยไหม ด้วยเครื่องมือ Energy Dispersive Spectroscopy, Energy Dispersive X-ray Analysis(EDX) และตรวจดูคุณลักษณะพื้นผิวของเส้นไหมด้วย Scanning Electro Microscope พบว่ามีองค์ประกอบ เหล็ก(Fe2+) และ อะลูมิเนียมออกไซด์(Al2O3)และมีสมบัติเป็นกรด ดังนั้น ไอออนของเหล็กและอะลูมิเนียมที่มีสมบัติเป็นมอร์แดนท์ และความเป็นกรดจึงสามารถทำให้โคลนหนองสูงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการติดทนสีได้ อีกทั้งปริมาณซิลิกาที่มีน้อยทำให้โคลนหนองสูงมีประสิทธิภาพการติดทนสีที่ดีกว่าโคลนในท้องถิ่น ทั้งนี้ในการปรับปรุงคุณภาพของโคลนท้องถิ่นทำได้โดยการเติมสารสกัดจากชุมเห็ดเทศ 5 ml ต่อ โคลนท้องถิ่น 100 ml หมักไว้ 7 วัน ให้ผลดีที่สุดทั้งในด้านประสิทธิภาพการติดทนสีและความสวยงามของสีที่ย้อมได้