การศึกษาปริมาณของกลูโคแมนแนนที่ส่งผลต่อการย่อยสลายถุงเพาะชำชีวภาพ

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ธฤษวรรณ สมคะเน, พรชนัน พันธ์นุรัตน์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

รพีพร ตะเคียนราม

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย บุรีรัมย์

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ในปัจจุบันการกําขัดขยะคือหนึ่งในปัญหาที่สําคัญ โดยเฉพาะขยะพลาสติกที่มีบทบาทใน ชีวิตประจําวัน ซึ่งสามารถพบเห็นได้ทั่วไป การใช้พลาสติกมีทั้งในภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม เนื่องจาก ประเทศไทยเป็นประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม ส่งผลให้มีการใช้ถุงเพาะชําเพื่อทําการเกษตรเป็นจํานวนมาก ทําให้ประสบปัญหาปริมาณขยะพลาสติกจากภาคการเกษตรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยถุงเพาะชําพลาสติกนั้นมีระยะเวลาในการย่อยสลายที่ยาวนาน และการกําจัดขยะที่ไม่มี ประสิทธิภาพ เช่น การเผาหรือการฝัง ทําให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีมลพิษทั้งบนบกและในน้ํา ก่อให้เกิด

ไมโครพลาสติกที่กลับมาเป็นอันตรายต่อมนุษย์ ดังนั้นการผลิตถุงเพาะชําพลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพ สามารถช่วยลดปัญหาขยะพลาสติกได้ วัสดุส่วนใหญ่ที่นิยมนํามาผลิตพลาสติกชีวภาพ คือ แป้ง ซึ่งสามารถ ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ (ภาวิณี เทียมดี และคณะ, 2563) บุก จัดเป็นพืชหัวชนิดหนึ่งที่พบได้ทั่วไปในป่า แถบเอเชียเขตร้อนชื้น และเขตอบอุ่น กลุ่มวิจัย พฤกษศาสตร์และพิพิธภัณฑ์พืชได้ทําการวิจัยพบว่า เนื้อบุกไข่ มีสารที่เรียกว่า กลูโคแมนแนน (glucomannan) ประมาณร้อยละ 10 ของหัวบุก สารสกัดที่ได้มีลักษณะเป็น ผงคล้ายเม็ดทราย (กลุ่มวิจัยวิจัยพฤกษศาสตร์และ พิพิธภัณฑ์พืช, 2562) มีคุณสมบัติในการพองตัว เมื่อนําไป ทําแห้งหรือให้ความร้อนมีความข้นหนืดและเกิดเป็น ฟิล์ม เนื่องจากพลาสติกที่ผลิตจากแป้งนั้นมีความเปราะ ง่าย ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการเติมพลาสติกไซเซอร์ เช่น กลีเซอรอล เนื่องจากกลีเซอรอลมีคุณสมบัติชอบน้ํา จึงมี ความเหมาะสมที่จะใช้เป็นพลาสติกไซเซอร์ (ภาวิณี เทียมดี และ คณะ, 2563) ดังนั้นวัตถุประสงค์ของการทําโครงงานครั้งนี้ เพื่อศึกษาปริมาณกลูโคแมนแนนที่เหมาะสมต่อ ระยะเวลาในการย่อยสลายของถุงเพาะชําชีวภาพ