การศึกษาแนวโน้มของการเป็นโรคอัลไซเมอร์จากปริมาณ β-amyloid protein 42 ในนํ้าลายด้วยคอปเปอร์ไอออน Copper(II) ion
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ปริยฉัตร เมธีกุล, ประวิชตา แซ่โซว
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
จุฑารัตน์ ใจงาม
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
โรคอัลไซเมอร์ เป็นความบกพร่องในการทําหน้าที่ของสมองในกลุ่มโรคสมองเสื่อม อาการที่เด่นชัดคือ ความบกพร่องในกระบวนการทางความคิดและความจํา โดยจากงานวิจัยพบว่า ความเข้มข้นของ β-amyloid protein 42 ในนํ้าลายนั้นเพิ่มขึ้น 2.45 เท่าเฉพาะในผู้ป่วยอัลไซเมอร์โดยปัจจุบันมีจํานวนผู้ที่มีอาการสมองเสื่อมทั่วโลกมีราว 50 ล้านคนและอัลไซเมอร์เป็นโรคที่ยังไม่มียารักษาและผู้ป่วยมักจะรู้ตัวช้าจนเข้าอาการป่วยในระยะสุดท้าย ทําให้คณะผู้จัดทํามีการสนใจที่จะศึกษาแนวโน้มของการเป็นโรคอัลไซเมอร์จากปริมาณ β-amyloid protein 42 ในน้ำลายด้วย คอปเปอร์ไอออนCopper(II)ionโดยการวัดค่าประสิทธิภาพในการกระจายหรือดูดซับแสงหรือการดูดซับแสงของสารเรือนแสง ThT โดยใช้เครื่องหมุนเหวี่ยง (Centrifuge) เพื่อวิเคราะห์ความขุ่นของปริมาณตะกอนระหว่างปฏิกิริยา β- amyloid protein 42 ในนํ้าลายกับคอปเปอร์ไอออน Copper(II) ion เพื่อพยากรณ์การเป็นโรคอัลไซเมอร์ จากการศึกษานี้คาดว่าคณะผู้จัดทําจะสามารถศึกษาแนวโน้มของการเป็นโรคอัลไซเมอร์จากปริมาณ β-amyloid protein 42 ในนํ้าลายเทียมและนํ้าลายด้วยคอปเปอร์ไอออน Copper(II) ion ได้ และสามารถศึกษาประสิทธิภาพของการตรวจโรคอัลไซเมอร์จากปริมาณ β-amyloid protein 42 ในนํ้าลายเทียมและน้ำลายด้วยคอปเปอร์ไอออน Copper(II) ion และผลตรวจทางการแพทย์มีแนวโน้มไปทางเดียวกัน ดังนั้นเมื่อนําผลการวิจัยนี้ไปต่อยอดเป็นการทําชุดตรวจสอบโรคอัลไซเมอร์ในอนาคตเพื่อให้ผู้ปว่ยอัลไซเมอร์ได้รู้ตัวและรับมือกับโรคในระยะแรกๆก่อนจึงเป็นสิ่งที่ดี(Castilla and group, 2021) และเปรียบเทียบประสิทธิภาพของการตรวจโรคอัลไซเมอร์จากปริมาณ β-amyloid protein 42 ในนํ้าลายด้วยคอปเปอร์ไอออน Copper(II) ion และผลตรวจทางการแพทย์