ถุงเพาะชำชีวภาพจากแหนแดง ปอเทืองแห้งผสานกับยางพารา

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ชาคริต แขสิงห์, ภัทรพร บุญเกื้อ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

วัชราภรณ์ แสนนา

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย บุรีรัมย์

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ปัจจุบันการทำเกษตรกรรม การเริ่มเพาะปลูกต้นกล้าพืชนั้น เกษตรกรส่วนใหญ่เลือกใช้ถุงเพาะชำที่ไม่มีสารอาหารที่จำเป็นต่อพืชและใช้เวลาย่อยสลายเป็นเวลานาน การนำต้นกล้าของพืชลงดินนั้นจำเป็นต้องฉีกถุงเพาะชำออกซึ่งอาจทำให้รากพืชเสียหายและก่อให้เกิดเป็นขยะพลาสติกที่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม จากการลงพื้นที่สอบถามทางเกษตรกรพบว่าหากมีทางเลือกอยากใช้ถุงเพาะชำที่สะดวกต่อการใช้สามารถฝังกลบ และย่อยสลายได้เองโดยไม่ต้องดึงถุงพลาสติกทิ้ง ก่อให้เกิดขยะพลาสติกทางการเกษตร จากข้อมูลที่ได้จากการสอบถามเกษตรกรทำให้เกิดแนวคิดในการพัฒนา ถุงเพาะชำชำชีวภาพจากแหนแดง ปอเทืองผสานด้วยน้ำยางพารา จากการสืบค้นข้อมูลพบว่าแหนแดง มีปริมาณไนโตรเจน (N) เป็นองค์ประกอบถึงร้อยละ 4.6 ซึ่งไนโตรเจนเป็นแร่ธาตุหลักที่จำเป็นต่อการเร่งการเจริญเติบโตของพืช(โชตินันทน์,2564) ปอเทือง มีคุณสมบัติเป็นพืชอุ้มน้ำได้ดี มีองค์ประกอบของเซลลูโลส และเป็นพืชคลุมดินที่นิยมปลูกของเกษตรกร เพื่อฟื้นพูสภาพดินเนื่องจากปอเทืองมีไรโซเบียม เป็นแบคทีเรียที่สามารถตรึงไนโตรเจน โดยเอนไซม์ไนโตรจีเนสจากอากาศเปลี่ยนเป็นสารประกอบไนโตรเจนที่พืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้(กองเทคโนโลยีชีวภาพ กรมพัฒนาที่ดิน,2559) และใช้น้ำยางพาราเป็นตัวช่วยประสานให้วัสดุต่าง ๆ สามารถจับตัวได้ดี

โดยแบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ตอน คือ 1.ศึกษาอัตราส่วนที่เหมาะสมและการวิธีการขึ้นรูปถุงเพาะชำ

2.นำถุงเพาะชำมาทดสอบประสิทธิภาพ โดยทดสอบความยืดหยุ่นและความต้านทานแรงดึง ตามมาตรฐาน ASTM D882-97 Standard ด้วยเครื่อง Universal testing machine (UTM) ทดสอบความสามารถในการละลายน้ำ ทดสอบการดูดซ้ำน้ำและการพองตัว ทดสอบความเป็นกรด-ด่าง และ เลือกถุงเพาะชำที่เหมาะสม โดยเลือกถุงเพาะชำที่ขึ้นรูปได้ดี รูปทรงมั่นคง เปรียบเทียบกันและนำไปทดสอบการย่อยสลายและทดสอบการเร่งเจริญเติบโตต่อไป เมื่อโครงงานสำเร็จจะได้ถุงเพาะชำที่สามารถเร่งการเจริญเติบโตของพืชและสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ เป็นการใช้ประโยชน์จากวัสดุธรรมชาติที่เหลือใช้และลดปริมาณขยะที่เกิดจากการเพาะปลูกพืช