การศึกษาประสิทธิภาพของนาโนซิงค์ออกไซด์ต่อการผลิตผักกลุ่มไมโครกรีน

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

บุณยวีร์ วรรณการ, จิรภัทร พลตรี, ทิพย์อักษร ไชยกว้าง

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

เมฆา ดีสงคราม, ชลฤชา คะสาราช

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนสกลราชวิทยานุกูล

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2561

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

Microgreens หรือ ตนออนของพืช กําลังไดรับความนาสนใจ ในกลุมผูดูแลสุขภาพ เพราะนักวิจัย หลายทานรายงานวามีองคประกอบของวิตามิน เกลือแร และสารแอนตี้ออกซิแดนต (antioxidants) มากกวาผลผลิตปกติ (mature green) (Treadwell et al. 2010; Xiao et al, 2012) สารอาหารที่เปนประโยชน์ เหลานี้เกิดขึ้นภายในกระบวนการงอกของตนกลา ผลผลิตผักในกลุมไมโครกรีนเปนการผลิตผักในรูปต้นกล้าขนาดเล็กที่เพาะจากเมล็ดผักชนิดตางๆ และมีหลายชนิดที่กําลังไดรับความนิยมของผูบริโภคในประเทศไทย เชน ผักโตวเมี่ยวเพาะจากเมล็ดถั่วลันเตา ผักไควาเระเพาะจากเมล็ดหัวไชเทา เมล็ดทานตะวันงอกหรืออัลฟาลฟา(Alfalfa)เพาะจากถั่วลันเตาชนิดหนึ่ง เปนตน(สุพรรณี, 2555) จุดเดนของผักกลุมไมโครกรีน คือ ผลิตไดตลอดป การผลิตแตละรุนใชระยะเวลาสั้นปลอดภัยจากสารเคมีเปนทางเลือกในการบริโภคผักของผูใสใจสุขภาพ จึงทําใหเกิดธุรกิจการผลิตตนออนของผักหลายชนิดจําหนายกันอยางแพรหลาย หากแตปญหาที่เกิดกับเมล็ดพันธุ เชน ความไมสมบูรณของเมล็ดเนื่องจากมีเชื้อราปนเปอนกอใหเกิดอาการผิดปกติตางๆ เชน เมล็ดไมงอก งอกชาผิดปกติ หรือเกิดโรค damping-off ทําใหไดตนออนที่ไมสมบูรณ สงผลกระทบตอผูผลิต ซึ่งกอใหเกิดความเสียหายแก่ผู้ประกอบการและผูบริโภคในยุคปจจุบันที่ใสใจสุขภาพและความปลอดภัยของอาหารมากขึ้น

จึงทําใหเกษตรกรสวนใหญหันมาผลิตพืชผักดวยการใชสารชีวภาพทดแทนสารเคมีเพิ่มขึ้น อีกทั้งยัง เปนการลดตนทุนในการผลิตอีกประการหนึ่งดวย ดังนั้นทางคณะผูจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ จึงกําหนดโครงการการจัดทำขึ้น เพื่อ ศึกษาวิธีการผลิตผักกลุมไมโครกรีน คือ ผักโตวเหมี่ยว ทานตะวันงอกและไควาเระ โดยมุงเนนการลดการเกิดราขาวในพืชตางๆไดอยางกวางขวางตลอดจนสามารถสงเสริมการเจริญเติบโต และเพิ่มผลผลิตของพืชได เพื่อความปลอดภัยของ ผูบริโภคตอไป