การศึกษาประสิทธิภาพการทำงานของแบคทีเรียตรึงกับกราฟีนออกไซด์โพลีไวนิลแอลกอฮอล์ในซีเมนต์คอมโพสิทเพื่อพัฒนาเป็นวัสดุทดแทนปะการังเทียมสำหรับการกำจัดสารโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอนบริเวณดินตะกอนชายฝั่งทะเล

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ภัชธนษร มงคลธนมาศ, ภาสินี บุญญะฤทธิ์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ชิตพงษ์ เหนือเกาะหวาย

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2564

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

-ทะเลและชายฝั่งเป็นแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติและเป็นแหล่งรองรับสารพิษอย่างสารโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอนที่ถูกพัดพามาและมักตกค้างอยู่ในดินตะกอนซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสัตว์หน้าดินและส่งต่อเป็นห่วงโซ่อาหารถึงมนุษย์ได้ พื้นทะเลมีปะการังเทียมวางอยู่โดยใช้วัสดุที่ปลดระวางแล้ว อาจส่งผลให้เกิดการย่อยสลายกลายเป็นมลพิษต่อสภาพแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตในทะเลได้ การพัฒนาวัสดุทดแทนปะการังเทียมจึงเป็นแนวทางที่ช่วยแก้ปัญหาสารตกค้างในดินตะกอน คณะผู้จัดทำจึงได้ทำการศึกษาประสิทธิภาพการทำงานของแบคทีเรียตรึงกราฟีนออกไซด์โพลีไวนิลแอลกอฮอล์ในซีเมนต์คอมโพสิทเพื่อพัฒนาเป็นวัสดุทดแทนปะการังเทียมสำหรับการกำจัดสารโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอนในดินตะกอนชายฝั่งทะเล โดยเริ่มจากการศึกษาและทดสอบคุณสมบัติการเป็นวัสดุทดแทนปะการังเทียมทั้งหมด 7 คุณสมบัติ ได้แก่ คุณสมบัติด้านกำลังอัด คุณสมบัติการรับแรงดึงแยก คุณสมบัติการดูดซึมน้ำ ค่า pH บนพื้นผิว การตรึงและการมีชีวิตของแบคทีเรีย และลักษณะบนพื้นที่ผิวเบื้องต้น พบว่า ชุดตัวอย่างสูตร G1 ที่อายุการบ่ม 28 วันมีค่ากำลังรับแรงอัดและกำลังรับแรงดึงแยกสูงที่สุด โดยมีค่า 0.2915 ± 0.0005 MPa และ 0.2849 ± 0.0002 MPa ตามลำดับ จากการทดสอบหาค่า pH บนพื้นผิวพบว่าชุดตัวอย่างสูตร G2 มีค่า pH สูงที่สุดซึ่งมีค่าเท่ากับ 9.07 จากการทดสอบหาค่าการดูดซึมน้ำพบว่าชุดตัวอย่างสูตร G2 มีค่าร้อยละการดูดซึมน้ำน้อยที่สุดซึ่งมีค่าเท่ากับร้อยละ 2.7094 ± 0.1886 จากการทดสอบการตรึงและการมีชีวิตของแบคทีเรีย พบว่าชุดตัวอย่างสูตร G2 มีเวลาการการเกิดฟองแก๊สนานที่สุดโดยใช้เวลา 8.77 นาที จากการตรวจสอบลักษณะบนพื้นที่ผิวเบื้องต้น พบว่า ชุดตัวอย่างสูตร G0 มีค่าร้อยละต่ำสุดและสูงสุดที่สัมพันธ์กับแกน z ห่างกันมากที่สุดเท่ากับ 25.5435