การศึกษาประสิทธิภาพของกระดาษห่อส้มโอที่มีผลต่อค่าความหวานของส้มโอพันธ์ุทองดี

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

กฤติยาณี พงษ์สระพัง, ธนภูมิ ประจวบมอญ, กนกวรรณ ระเวงวรรณ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

เกษราภรณ์ วันสุทะ, พัชรินทร์ เหมี่ยงสันเทียะ

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนบ้านแท่นวิทยา

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานวิทยาศาสตร์เรื่องการศึกษาประสิทธิภาพของกระดาษห่อส้มโอที่มีผลต่อความหวานของ ส้มโอพันธุ์ทองดี จัดทำขึ้นเพื่อ 1) ศึกษาคุณสมบัติที่เหมาะสมของกระดาษห่อส้มโอ 2) ศึกษาสีของกระดาษห่อส้มโอที่มีผลต่อความหวานของส้มโอพันธุ์ทองดี โดยแบ่งการทดลองออกเป็น 3 ได้แก่

ตอนที่ 1 ศึกษาสารตัวเติมสำหรับกระดาษห่อผลไม้มหัศจรรย์ จากการทดลองเคลือบกระดาษหนังสือพิมพ์ด้วยไขเคลือบ แล้วเติมผงถ่าน ปูนขาว และทราย พบว่ากระดาษที่เคลือบไขเคลือบแล้วเติมผงถ่านมีคุณสมบัติที่เหมาะสมสำหรับห่อผลส้มโอ มากกกว่าเติมปูนขาวและทราย

ตอนที่ 2 ศึกษาปริมาณสารตัวเติมที่เหมาะสำหรับกระดาษห่อผลไม้มหัศจรรย์ จากการทดลองเคลือบกระดาษหนังสือพิมพ์ด้วยผงถ่านในปริมาณที่ต่างกัน เมื่อนำกระดาษที่เตรียมได้ไปห่อผลไม้และเปรียบเทียบคุณภาพผลไม้ด้านปริมาณของแข็งที่ละลายในน้ำ และความพึงพอใจในผิวของผลไม้ (ให้ผู้คัดผลไม้ส่งออกเรียงลำดับผิวสวย) พบว่ากระดาษที่เคลือบผงถ่าน 7.5 กรัมในไขเคลือบ 100 กรัม ได้รับความพึงพอใจสูงสุดคือ 15.57 คะแนน กระดาษจากท้องตลาดได้รับความพึงพอใจ 13.67 คะแนน ส่วนค่าปริมาณของแข็งที่ละลายในน้ำ กระดาษห่อผลไม้ตามท้องตลาดและกระดาษห่อผลไม้ที่เติมผงถ่าน 7.5% มีปริมาณของแข็งที่ละลายน้ำได้สูงสุดใกล้เคียงกันคือ ประมาณ 10.5 บริกซ์ ดังนั้นหากเกษตรกรต้องการประดิษฐ์กระดาษห่อผลไม้ใช้เองควรเติมผงถ่านในอัตราส่วน ผงถ่าน 7.5 กรัม ต่อไขเคลือบ 100 กรัม

ตอนที่ 3 ศึกษาระยะเวลาที่เหมาะสมในการห่อส้มโอด้วยกระดาษห่อผลไม้มหัศจรรย์ จากการทดลองเคลือบกระดาษหนังสือพิมพ์ด้วยไขเคลือบและเติมผงถ่าน 7.5 % แล้วนำกระดาษดังกล่าวห่อผลส้มโอที่มีอายุแตกต่างกันเปรียบเทียบกับกระดาษจากท้องตลาด และส้มโอที่ไม่ห่อผล แล้วนำส้มโอไปตรวจสอบคุณภาพด้านปริมาณของแข็งที่ละลายน้ำ และความพึงพอใจในผิวส้มโอ พบว่า ควรห่อผลส้มโอเมื่อมีอายุผล 4-6 เดือน จะทำให้ผิวส้มโอมีสีเข้มพอเหมาะ และรสชาติหวานอร่อย