การศึกษาฟิล์มจากเปลือกถั่วลิสงและมันสำปะหลัง

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

สิริสุดา สินธุโคตร, สุทธิกานต์ สาระโภค, วีทนันท์ ยอดวิชา

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

จิตร์วะดี ผุสดี

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนอนุกูลนารี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2560

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

บทคัดย่อ

ปัจจุบันมีการใช้แผ่นฟิล์มในการทำกิจกรรมต่างๆมากมาย เช่นการห่อผลไม้เพื่อยืดอายุหลังการเก็บเกี่ยว การนำมาใช้ในอุตสาหกรรมยา และเวชภัณฑ์ เป็นต้น นอนเหนือจากแผ่นฟิล์มแล้ว ผงคาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลส (CMC) ยังสามารถใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่มีแคลลอรี่ต่ำ เพื่อการลดน้ำหนัก ผู้จัดทำโครงงานจึงคิดทำแผ่นฟิล์มจากเปลือกถั่วลิสง และลำต้นมันสำปะหลัง โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

  1. เพื่อศึกษาปริมาณ โฮโลเซลลูโลส แอลฟาเซลลูโลส และลิกนินในเปลือกถั่วลิสง และ ลำต้นมันสำปะหลัง ผลการศึกษาพบว่า เปลือกถั่วลิสง มีปริมาณโฮโลเซลลูโลส ปริมาณแอลฟาเซลลูโลส และปริมาณลิกนิน เฉลี่ย 81.93, 64.82 และ 15.76 ตามลำดับ ส่วนองค์ประกอบทางเคมีของเซลลูโลสจากลำต้นมันสำปะหลัง พบว่ามีปริมาณโฮโลเซลลูโลส ปริมาณแอลฟาเซลลูโลส และปริมาณลิกนิน เฉลี่ย 89.83, 72.05 และ 20.77 ตามลำดับ

  1. เพื่อศึกษาการสกัดเซลลูโลส และ สมบัติการละลายของเซลลูโลสจากเปลือกถั่วลิสง และ ลำต้นมันสำปะหลังผลการศึกษาพบว่า การสกัดเซลลูโลสจากเปลือกถั่วลิสงและลำต้นมันสำปะหลังเริ่มต้น 150 g เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการสกัดเซลลูโลสพบว่า ได้เซลลูโลสจากเปลือกถั่วลิสงและลำต้นมันสำปะหลัง เป็น 80 g และ 70 g ตามลำดับ และเซลลูโลสจากพืชทั้งสองชนิดไม่ละลายในน้ำและไม่ละลายในตัวทำละลายอินทรีย์ชนิดต่างๆ ได้แก่ อะซิโตน (Acetone) โทลูอีน (Toluene) ไดคลอโรมีเทน (Dichloromethane) เฮกเซน (Hexane) และเบนซีน (Benzene)

  1. เพื่อศึกษากระบวนการขึ้นรูปแผ่นฟิล์มคาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลสจากเซลลูโลสของเปลือกถั่วลิสง และ ลำต้นมันสำปะหลัง และ ประสิทธิภาพแผ่นฟิล์มคาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลส

ผลการศึกษาพบว่า การใช้คลอโรอะซิติกปริมาณ 11.5 กรัม และ 14 กรัม สามารถเปลี่ยนหมู่ไฮดรอกซิลของเซลลูโลสให้กลายไปเป็นหมู่คาร์บอกซีเมทิลที่สามารถละลายน้ำได้ดีจะพบว่าอนุภาคของเซลลูโลสจะละลายได้ดีขึ้น การเติมสารอื่นๆ ร่วมกับคาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลสที่สังเคราะห์ขึ้นจะทำให้แผ่นฟิล์มที่ได้มีประสิทธิภาพดีขึ้น โดยการเติมแป้งมันหรือแป้งข้าวโพด ทำให้เสริมความแข็งแรง ยืดระยะเวลาในการละลายน้ำของแผ่นฟิล์ม แผ่นฟิล์มมีความสามารถในการละลายลดลง และการเติมกลีเซอรอลเพื่อให้แผ่นฟิล์มมีความยืดหยุ่น ทนต่อแรงดึง ไม่ให้แผ่นฟิล์มมีความเปราะและฉีกขาดง่าย ซึ่งอัตราส่วนที่เหมาะสมสำหรับการใช้คาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลสร่วมกับแป้งมันหรือแป้งข้าวโพดและกลีเซอรอลที่มีประสิทธิภาพ คืออัตราส่วนเดียวกัน คือ 1:1:1