การพัฒนาเส้นใยกล้วยเคลือบสารสกัดจากผิวมะกรูดเพื่อใช้เป็นผ้าอนามัย

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

กวินนาถ พงษ์เมษา

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

จันทร์จิรา ชัยอินทรีอาจ

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย แผนกมัธยม

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

​โครงงานวิทยาศาสตร์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการพัฒนาเส้นใยจากกล้วยน้ำว้าด้วยวิธีเชิงกลและการหมักด้วยวิธีทางชีวภาพ เพื่อพัฒนาเส้นใยกล้วยเคลือบสารสกัดจากผิวมะกรูดสำหรับใช้เป็นผ้าอนามัย และศึกษาสมบัติทางกายภาพ ทางเคมี และประสิทธิภาพการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียของเส้นใยกล้วยเคลือบสารสกัดจากผิวมะกรูด โดยแบ่งการทดลองเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่ 1) ทำการศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการพัฒนาเส้นใยด้วยวิธีเชิงกลและการหมักด้วยเชื้อแบคทีเรีย Bacilluss subtilis ที่ความเข้มข้น 0.5 1.0 และ 2.0 McFarland Standard 2) ทำการศึกษาการสกัดสารจากผิวมะกรูด และทดสอบฤทธิ์ต้านเชื้อรา Candida albicans ของสารสกัดผิวมะกรูด โดยวิธี Microbroth dilution 3) การพัฒนาเส้นใยกล้วยเคลือบสารสกัดจากผิวมะกรูดสำหรับใช้เป็นผ้าอนามัย เปรียบเทียบเวลาที่ใช้แช่สารสกัดจากผิวมะกรูดที่ความเข้มข้น MIC ปริมาตร 20 มิลลิลิตร เป็นเวลา 2 และ 4 นาที ทำการทดสอบประสิทธิภาพตามมาตรฐานผ้าอนามัย ได้แก่ การทดสอบการซึมซับ เวลาซึมซับ และการความเป็นกรด ด่าง

​ ผลการทดลองพบว่า 1) การหมักเส้นใยกล้วยน้ำว้าที่แยกโดยวิธีขูด ด้วยแบคทีเรีย B. subtilis ที่ความเข้มข้น 1.0 ของ McFarland Standard เป็นเวลา 72 ชั่วโมง เส้นใยกล้วยที่ได้มีปริมาณของเซลลูโลสประมาณร้อยละ 68 หลังจากการกำจัดลิกนินและเฮมิเซลลูโลส มีสมบัติทางกายภาพและเชิงกลดีที่สุดสำหรับการนำเส้นใยไปใช้พัฒนาเป็นผ้าอนามัย 2) ผลเคลือบสารสกัดจากผิวมะกรูดความเข้มข้น 240 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร เป็นเวลา 2 นาที เส้นใยมีประสิทธิภาพในการยับยั้งการเจริญของเชื้อรา C. albicans 3) ผลการทดสอบตามมาตรฐานผ้าอนามัย พบว่าผ้าอนามัยที่มีการขึ้นรูปแบบการทอที่ความหนา 0.8 มิลลิเมตร เหมาะสำหรับการนำมาขึ้นรูปเป็นผ้าอนามัยมากที่สุดเนื่องจากมีความสามารถในการดูดซับสารละลายเมทิลพาราเบนดีดีที่สุด นอกจากนี้เวลาที่ใช้ในการดูดซับสารละลายซูโครส และค่า pH ของผ้าอนามัยที่พัฒนาอยู่ในเกณฑ์ตามมาตรฐาน มอก. ในการพัฒนาเส้นใยกล้วยเคลือบสารสกัดผิวมะกรูดจึงเป็นทางเลือกใหม่ในการพัฒนาเป็นผ้าอนามัย สามารถใช้ทดแทนผ้าอนามัยที่เป็นผลิตภัณฑ์จากพลาสติก มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม