สุขใจ แอพพลิเคชั่นสื่อและเกมสำหรับผู้สูงอายุ

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

สิรภพ จันทรา, ศิรวิชญ์ แก้วมณี

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

กรรณิกา จันทร์วงค์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2562

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ในปัจจุบันได้มีความเจริญก้าวหน้าทางด้านการแพทย์ และการสาธารณสุขเป็นอย่างมาก ทำให้ประชากร ทั่วทุกมุมโลกมีอายุยืนยาวขึ้น แนวโน้มประชากร ผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น ทำให้โครงสร้างของ ประชากรเปลี่ยนไป ซึ่งจากคำนิยามขององค์การ สหประชาชาติที่กำหนดว่า ประเทศที่มีสัดส่วน ของประชากรอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป เกิน ร้อยละ 10 ของประชากรทั้งประเทศ ให้ถือว่า ประเทศนั้นได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) และจาก การสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (2551) พบว่า ผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวส่วนใหญ่ร้อยละ 51.2 มักมีความรู้สึกเหงาและว้าเหว่ ความว้าเหว่เป็นความไม่สุขสบายใจของ ผู้สูงอายุ ที่เกิดขึ้นจากความรู้สึกขาดหรือไม่เพียง พอในความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นกับเพื่อน และบุคคล ใกล้ชิด ความว้าเหว่ในผู้สูงอายุจึงเป็นปัญหา ที่สำคัญและพบได้มากในทุกสังคม (Russell, Peplau, & Cutrona, 1980)

จากการศึกษาในต่างประเทศพบว่า ผู้สูงอายุมีความว้าเหว่ร้อยละ 19.3 – 46 และ ในประเทศไทย พบความว้าเหว่ของผู้สูงอายุ ร้อยละ 46-61 จะพบว่าความว้าเหว่เป็นปัญหาหนึ่ง ที่พบได้มากในผู้สูงอายุ นอกจากนี้ความว้าเหว่ยังมี ผลกระทบต่อผู้สูงอายุหลายด้าน ได้แก่ ด้านร่างกาย พบว่า ผู้สูงอายุที่มีความว้าเหว่มีการออกกำลังกายลดลง ความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันลดลง ภาวะสุขภาพโดยรวม และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากขึ้น สำหรับด้านจิตใจ และสังคมพบว่า ผู้สูงอายุที่มีความว้าเหว่จะมีภาวะ ซึมเศร้ามากขึ้น ความผาสุก ทางใจลดลง มีกิจกรรม ยามว่างลดลง และการเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมลดลง (พิศมัย สิโรตมรัตน์, 2553) (Luo & Waite, 2014)

ของเล่นผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการป้องกันภาวะสมองเสื่อม และปัญหาทางสมอง โดยภาวะสมองเสื่อมเกิดได้หลายสาเหตุ เช่น ภาวะสมองเสื่อมจากโรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน และโรคหลอดเลือดในสมอง เป็นต้น นอกจากนี้กรมการแพทย์ยังเปิดเผยข้อมูลว่า ภาวะสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์พบในผู้สูงอายุมากที่สุด ซึ่งผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป มีอัตราเสี่ยงพบได้1 ใน 9 คน และผู้ที่มีอายุ 85 ปีขึ้นไป พบได้ 1 ใน 3 คน ในปัจจุบันยังไม่พบยารักษาให้หายขาด การใช้ยารักษาทำได้เพียงชะลอความ เสื่อมของสมองให้ช้าลงเท่านั้น ซึ่งการป้องกันไม่ให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ทำได้หลายวิธี ทั้งนี้การบริหารสมองจากการเล่นของเล่นหรือเกมฝึกสมองในรูปแบบต่างๆ (อัมพร สุวรรณรัตน,2554)

จากการศึกษาปัญหาและวิธีต่างๆ ผู้จัดทำจึงมีแนวคิดที่จะศึกษาผลจากสื่อและเกมสำหรับผู้สูงอายุ โดยเลือกที่จะทดสอบประสิทธิภาพโดยการทำ Pre-Test และ Post-Test และเปรียบเทียบผลจากแบบทดสอบสุขภาพจิตโดยกระทรวงสาธารณสุข