แผ่นวัสดุคลุมดินชีวภาพยับยั้งการเจริญเติบโตของวัชพืชในแปลงปลูก
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
พรพชร ปะโมนะตา, รัตติพร วงศ์หาญ
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
วัชราภรณ์ แสนนา, รวิวรรณ กองมาศ
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
ปัจจุบันมีการทำการเกษตรกันอย่างแพร่หลายและเกษตรกรนั้นต้องพบกับปัญหาของวัชพืชอยู่เป็นประจำซึ่งวัชพืชเป็นพืชที่เกษตรกรไม่ได้ปลูกและไม่ต้องการ วัชพืชจะแย่งปัจจัยการเจริญเติบโตของพืชปลูกส่งผลให้ผลผลิตของพืชปลูกได้รับผลกระทบทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ เนื่องจากวัชพืชแย่งปัจจัยที่จำเป็นสำหรับพืชปลูก ได้แก่ แร่ธาตุ อาหาร น้ำ และแสงแดด ดังนั้นเกษตรกรจึงต้องจัดการกับวัชพืชเพื่อคุ้มครองพืชปลูกในแปลงปลูก โดยการกำจัดวัชพืชในพื้นที่เพาะปลูกที่เกษตรกรนิยมใช้ คือ การฉีดพ่นสารเคมีกำจัดวัชพืชซึ่งเป็นวิธีการที่มีต้นทุนการใช้ต่อพื้นที่ต่ำและมีประสิทธิภาพการกำจัดวัชพืชสูง ทำให้แนวโน้มของปริมาณการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในเกษตรกรจึงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีผลกระทบต่อสุขภาพของเกษตรกร ซึ่งมีความอันตรายต่อร่างกาย และยังส่งผลกระทบต่อกลุ่มผู้บริโภคจากสารพิษตกค้างในพืชผักและผลไม้ เพื่อลดพิษภัยของสารเคมีต่อระบบการทำเกษตรและการรณรงค์ให้มีการทำเกษตรปลอดภัยจึงมีการศึกษาเกี่ยวกับการควบคุมวัชพืช ด้วยวิธีการต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีการคลุมดิน จากการศึกษาสารประกอบทางเคมีภายในพืชพบว่าพืชหลายชนิดมีความสามารถทั้งทางด้านการยับยั้งและการกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืชอีกชนิดหนึ่งได้โดยอาจส่งผลกระทบต่อการงอกการเจริญเติบโตและการพัฒนาของพืชชนิดนั้น ๆ เรียกสารเคมีที่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์นี้ว่า สารอัลลีโลพาธี (allelopathy) การใช้ประโยชน์จากพืชที่มีสมบัติทางอัลลีโลพาธีที่หาได้ง่ายตามธรรมชาติจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจในการใช้เป็นสารควบคุมวัชพืชอย่างมีประสิทธิภาพและยังเป็นการลดการใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืชอันส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและมนุษย์ได้อีกด้วย คณะผู้จัดทำจึงมีความสนใจที่จะนำพืชท้องถิ่นที่มีสารอัลลิโลพาธีซึ่งเป็นพืชที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ สามารถหาได้ง่าย และมีคุณสมบัติในการป้องกันการงอกและการเจริญเติบโตของวัชพืชมาทำเป็นวัสดุคลุมดินเพื่อใช้ในการลดอัตราการเกิดของวัชพืชในแปลงปลูกทำให้มีความปลอดภัยต่อเกษตรกรและผู้บริโภค ช่วยให้ผู้บริโภคและเกษตรกรมีสุขภาพอนามัยที่ดีเนื่องจากไม่มีการฉีดพ่นสารเคมีและลดปริมาณสารเคมีที่จะเจือปนในน้ำและอากาศ เป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและลดมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย