ทฤษฎีบทอธิบายความลี้ลับในเลขยันต์

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

อัสรีนา รบเมือง, รัตนพร ทองจุ้น, สุกัญญา ยอดนวล

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

มนัสวี อุตรภาศ

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนท่าฉางวิทยาคาร

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2561

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

คนไทยส่วนใหญ่มักรับรู้เพียงว่ายันต์เป็นเครื่องรางของขลังอย่างหนึ่งเท่านั้น ทั้งที่จริงแล้วยันต์ถือเป็นวิชาที่สำคัญอย่างยิ่ง ชาติที่นับถือความลี้ลับในเวทมนต์คาถาจึงต่างบัญญัติยันต์ขึ้น นอกจากอักขระที่พบในยันต์ของแต่ละชาติแล้ว ยังพบว่ามีการใช้ตัวเลขในยันต์อย่างแพร่หลาย เช่น อาหรับและฮินดูใช้ตัวเลขบรรจุ ไว้ในยันต์แทนเกณฑ์กำลังของดวงดาวต่าง ๆ จีนมีตัวเลขในยันต์บนหลังเต่าจากสวรรค์ เลขในยันต์บนจานโลหะเงินที่ใช้ป้องกันโรคระบาดของยุโรปในศตวรรษที่ 15 ตัวเลขเหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของจัตุรัสกล สำหรับคนไทยนั้นตัวเลขและจัตุรัสกล มีการอ้างถึงครั้งแรกในสมัยพระนารายณ์ โดยอังตวน เดอ ลา ลูแบร์ (Antoine de La Loubere) ราชทูตฝรั่งเศสที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ส่งมาเจริญสัมพันธไมตรีในประเทศไทย เป็นคนแรกที่ค้นพบวิธีการสร้างจัตุรัสกลขนาดคี่คูณคี่ โดยมีการบันทึกในตำราประวัติคณิตศาสตร์ว่า “...de La Loubere described a simple method of construction learnt from the people of Siam…” แสดงให้เห็นว่า เดอ ลา ลูแบร์ ค้นพบวิธีนี้จากคนไทย วิธีการนี้จึงถูกเรียกว่า Siamese method หรือ วิธีสยาม เป็นชื่อเดียวในวงการคณิตศาสตร์โลกที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย นอกจากการศึกษาวิธีสร้างจัตุรัสกลแล้ว ได้มีการศึกษาสมบัติทางคณิตศาสตร์ของตัวเลขในจัตุรัสกล จากยันต์โทนพุทธคุณ 56 พบว่ามีสมบัติทางคณิตศาสตร์ที่น่าสนใจมากกว่า 11 ข้อ และโอกาสของการใส่ตัวเลขในจัตุรัสกลแล้วมีสมบัติดังกล่าว เป็น 1 ใน 1.2 พันล้านแบบ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นถึงความลี้ลับทั้งด้านตัวเลข ความเชื่อ และความสามารถของคนไทยในอดีต

จัตุรัสกลในยันต์อริยสัจโสฬสมงคล มีลักษณะใกล้เคียงจัตุรัสกลในยันต์โทนพุทธคุณ 56 ด้านความเชื่อ ยันต์ทั้งสองนี้มีความหมายในการสรรเสริญพระพุทธเจ้าเหมือนกัน แต่ด้านตัวเลขกลับมีผลรวมต่างกัน ทางผู้จัดทำจึงสนใจที่จะเปรียบเทียบสมบัติทางคณิตศาสตร์ของจัตุรัสกลในยันต์อริยสัจโสฬสมงคล และยันต์โทนพุทธคุณ 56 หาสาเหตุ และสร้างทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ เพื่ออธิบายความลี้ลับด้านตัวเลขของยันต์ทั้งสอง