การตรวจสอบปริมาณฟินอลิกในใบย่านางและใบย่านางแดง

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ธัญวรินทร์ แสงจุ้ยวงษ์ธา, กัญญารัตน์ บุญเรือง

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ธิดา เพชรคง

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ใบย่านางและใบย่านางนั้นมีลักษณะโดยรวมของทั้งคู่คล้ายคลึงกัน ต่างแค่ลักษณะของดอกและสีของยอดอ่อนเท่านั้น ย่านางแดงจะมีช่อดอกและยอดอ่อนสีแดงจัด แต่ถ้ามองไม่เห็นดอกก็จะมีอีกจุดหนึ่งที่พอสังเกตได้ คือย่านางแดงจะมีมือจับเช่นเดียวกับตำลึง แต่ย่านางดั้งเดิมจะไม่มี ใบย่านางดั้งเดิมนั้นมีสรรพคุณคือแก้โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคเก๊าท์ โรคเชื้อรา ทำให้ผมดกดำ ทุเลาโรคมะเร็งตับ มะเร็งมดลูก มะเร็งปอด ส่วนใบย่านางแดงนั้นใช้แก้พิษ ถอนพิษยาเมา ยาเบื่อ ยาสั่ง ถอนพิษผิด สาแดง ถอนพิษและแก้ไข้พิษทั้งปวง ขับพิษโลหิตและน้าเหลือง แก้ท้องผูกไม่ถ่าย ซึ่งพืชทั้งสองชนิดนี้มีส่วนประกอบสำคัญคือสารกลุ่มฟินอลิก ซึ่งเป็นสารที่พบตามธรรมชาติในพืชหลายชนิด เช่น ผัก ผลไม้ เครื่องเทศ สมุนไพร ถั่วเมล็ดแห้งเมล็ดธัญพืช ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ในการเจริญเติบโต สารประกอบฟีนอลิกมีโภชนาเภสัช ซึ่งเป็นสรรพคุณที่ดีต่อสุขภาพ สามารถต้านอนุมูลอิสระ (Anti-oxidant) สามารถละลายน้ำาได้เนื่องจากคุณประโยชน์ที่หลากหลายนั้นทำให้ผู้จัดทำต้องการที่จะรู้ว่าในใบย่านางดั้งเดิมและใบย่านางแดงนั้น พืชชนิดใดมีส่วนประกอบของสารประกอบฟินอลิกในปริมาณที่มากกว่ากันเพื่อหาตัวเลือกที่ดีที่สุดในการไปเป็นส่วนประกอบไม่ว่าจะเป็นในด้านเวชสำอาง และทางการแพทย์ที่ใช้สมุนไพรเป็นส่วนประกอบ

วัสดุ อุปกรณ์และเครื่องมือ

วัสดุและอุปกรณ์

ใบย่านาง

ใบย่านางแดง

เครื่อง hot air oven

เครื่องปั่นผลไม้

ตะแกรงขนาด 20 เมช

ขวดแก้ว 250 มล.

หม้อ

ผ้าขาวบาง

เครื่อง rotary evaporator

แท่งแก้ว

เครื่องชั่ง

สารเคมี

น้ำกลั่น

Gallic acid 0.3 มล

folin-ciocalteau reagent

7% Na2CO

วิธีทำการทดลอง

1 .การเตรียมตัวอย่าพืชสำหรับสกัดสาร

นำใบย่านางและใบย่านางแดงมาอย่าละ 1 กก. มาทำความสะอาดด้วยน้ำ แล้วผึ่งให้แก้ง อบด้วย hot air oven ที่อุณหภูมิ 50 º องศา นาน 24 ชม. หลังจากอบแล้ว นำมาปั่นให้ละเอียดด้วยเครื่องปั่นผลไม้จากนั้น แยกเก็บเฉพาะผงละเอียดของผักด้วยการร่อนผ่านตะแกรงขนาด 20 เมช

2 .การสกัดสารสกัดหยาบ

ชั่งน้ำหนักผงผักที่ปั่นละเอียด มา 10 ก. ใส่ลงในขวดแก้วขนาด 250 มล. เติมน้ำกลั่นปริมาตร 100 มล.ลงไปในขวดแก้ว นำขวดแก้วไปวางในหม้อที่มีน้ำร้อน นาน 2 ชม. จากนั้น กรองผ่านผ้าขาวบางแยกเอากากออก และนำไปต้มซ้ำอีก 2 ครั้งเพื่อให้แน่ใจสารถูกลลายออกมาหมดแล้วจากนั้น นำสารละลายที่ได้ไป ระเหยแห้งด้วยเครื่อง rotary evaporator (สภาวะ 72 mbar vacuum และ 70 o องศา. bath temperature และ 15 oองศา cooling temperature) เพื่อให้ได้สารสกัดน้ำที่เข้มข้น

  1. การวัดปริมาณสารประกอบฟินอลิกรวม

การวัดปริมาณสารประกอบฟีนอลิกรวมทำโดยวิธี folin-ciocalteu assay เป็นวิธีอ้างอิงมาจาก Singelton(1999) โดยเตรียมตัวอย่างสารสกัดเข้มข้น 10 มก./มล.จากนั้นเตรียม gallicacid เข้มข้น 0.3 มก./มล. ปริมาตร 25 มล. แล้วเจือจางให้ได้20, 40, 60, 80, 100, 120, 140, 160,180 และ 200 ไมโครกรัม/มล. อย่างละ 1,000 ไมโครลิตร ขั้นตอนการวิเคราะห์ทำ โดยเติมน้ำกลั่น 500ไมโครลิตรลงในหลอดทดลอง แล้วเติมสารสกัด/สารมาตรฐาน ปริมาตร 125 ไมโครลิตรเติม folin-ciocalteau reagent 125 ไมโครลิตรตั้งทิ้งไว้6 นาทีจากนั้นเติม 7% Na2CO3 1,250 ไมโครลิตร และ เติมน้ำกลั่น 1,000 ไมโครลิตรเขย่าแล้วตั้งทิ้งไว้ 90 นาทีจากนั้นนำไปวัดค่าการดูดกลืนคลื่นแสงที่ความยาวคลื่น 755 นาโนเมตรนำค่าการดูดกลืนแสงที่ได้จากตัวอย่าง สารสกัดมาเทียบกับ กราฟมาตรฐานของ gallic acid แล้วคำนวณผลเป็นนำ้หนักไมโครกรัมสมมูลของ gallicacidในตัวอย่าง1ก. น้ำหนักแห้ง (µg GAE/g DW)