การเปรียบเทียบผลของสารในพืชสมุนไพรพื้นบ้าน 3 ชนิดในประเทศไทย ที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

มัลลิกา แหนกลาง

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ชมพู่ วงศ์หทัย

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า นครราชสีมา

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2561

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

เกล็ดเลือดเป็นตัวสำคัญในกระบวนการห้ามเลือด โดยเกล็ดเลือดนั้นจะอาศัยการเกาะติดระหว่างเกล็ดเลือดกับหลอดเลือด ซึ่งกระบวนการเหล่านี้จะนำไปสู่การเกาะกลุ่มกันของเกล็ดเลือดและกลายเป็นลิ่มเลือดอุดตันบาดแผลในส่วนที่มีการฉีกขาดหรือได้รับความเสียหาย แต่ในสภาวะที่ร่างกายมีการทำงานของเกล็ดเลือดพุ่งขึ้นสูงมากเกินปกติ จะทำให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ซึ่งเป็นภาวะอันตราย อาจส่งผลให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ ในปัจจุบันได้มีการนำเอายาต้านการทำงานของเกล็ดเลือดเข้ามาใช้ในการรักษาโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ โดยทั่วไปแล้ว ยาเหล่านี้มีคุณสมบัติที่ค่อนข้างร้ายแรง อาจส่งผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ต่อร่างกาย และจากการศึกษาที่ผ่านมา สารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ที่มีในสารสกัดจากน้ำมันพืชธรรมชาติ ในพืชตัวอย่างทั้งสามชนิดมีสารจำพวก Phytonutrients ที่เป็นสาร Phenylpropanoid ที่มีคุณสมบัติในการต่อต้านสารบางจำพวกอันจะเป็นการก่อนให้เกิดการจับกลุ่มรวมตัวกันของเกล็ดเลือด หรือที่เรียกว่า Platelet aggregation การออกฤทธิ์ของสารชนิดนี้จะไปยับยั้งการหลั่งสารเคมีที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดกระบวนการรวมตัวกันของเกล็ดเลือดและกระบวนการรวมตัวกันเป็นลิ่มเลือดหรือ coagulation process ทำให้สารเหล่านั้นถูกยับยั้งส่งผลให้กระบวนการหยุดชะงักและไม่เกิดขึ้น มีฤทธิ์ที่ช่วยในการยับยั้งกระบวนการก่อเกิดลิ่มเลือดได้ โครงงานนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาฤทธิ์ของสารในสารกัดจากน้ำมันหอมระเหยของพืชที่มีผลต่อกระบวนการเกิดลิ่มเลือดจากพืชสมุนไพรพื้นบ้าน 3 ชนิด คือ ตะไคร้ (C. citratus) ขมิ้นชัน (Curcuma longa) และโหระพา (Ocimun basilicum)เป็นพืชที่มีการศึกษาวิจัยจนเห็นถึงประโยชน์มากมาย โดยจะเปรียบเทียบผลของการออกฤทธิ์ของพืชแต่ละชนิดต่อเลือดและลิ่มเลือดที่นำมาทดลอง ผลการทดสอบพบว่า สารสกัดจากขมิ้นชันแสดงผลในการสลายลิ่มเลือดได้อย่างชัดเจน ลิ่มเลือดจากก่อนและหลังการทดลองมีขนาดเล็กลง ทิ้งไว้ไม่มีการกลับมาเป็นลิ่มอีก ส่วนโหระพาและขมิ้นชันยังให้ผลคล้ายๆกัน แต่ขมิ้นชันพบว่ามีประสิทธิภาพมากกว่าโหระพาแต่ประสิทธิภาพก็ยังไม่เด่นชัดเท่าสารสกัดจากตะไคร้ มีการสลายลิ่มเลือดออกมาเป็นของเหลวเล็กน้อย โครงงานนี้สามารถยับยั้งการทำงานของเกล็ดเลือดได้ และอาจจะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาสมุนไพรไทยพื้นบ้านเหล่านี้เพื่อใช้ในการป้องกันการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน