การเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซับแอมโมเนียของคาร์บอนกัมมันต์จากกากกาแฟโดยวิธีการกระตุ้นด้วยสารเคมีและพลังงานไมโครเวฟ
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ปราณปรียา พุฒลา พุฒลา
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
วันเพ็ญ ยิ้มประดิษฐ์
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซับแอมโมเนียของคาร์บอนกัมมันต์จาก กากกาแฟโดยวิธีการกระตุ้นด้วยสารเคมีและพลังงานไมโครเวฟ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาวะที่เหมาะสมใน การสังเคราะห์คาร์บอนชาร์จากกากกาแฟ ศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการสังเคราะห์คาร์บอนกัมมันต์ด้วยวิธีการทางเคมีและการใช้พลังงานความร้อนจากไมโครเวฟ และเพื่อศึกษาประสิทธิภาพในการดูดซับแอมโมเนียของคาร์บอนกัมมันต์จากกากกาแฟ โดยมีวิธีการดำเนินงานเริ่มจากการนำกากกาแฟไปเผาแบบคาร์บอนไนเซชั่นที่อุณหภูมิ 400 500 และ600 องศาเซลเซียส จะทำให้ได้คาร์บอนชาร์ จากนั้นนำคาร์บอนชาร์ที่ได้ไปกระตุ้นด้วยวิธีทางเคมีและการใช้พลังงานไมโครเวฟ 200 500 และ800 จูลต่อวินาที ก็จะได้คาร์บอนกัมมันต์จากกากกาแฟ แล้วจึงนำไปหาร้อยละในการดูดซับแอมโมเนียโดยใช้เครื่องยูวีสเปกโตรโฟโตมิเตอร์ จากผลการทดลองพบว่าอุณหภูมิที่เหมาะสมในการทำคาร์บอไนเซชั่นกากกาแฟ คือ อุณหภูมิ 400 องศาเซลเซียส ซึ่งทำให้คาร์บอนชาร์ที่ได้มีปริมาณร้อยละของคาร์บอนคงตัวเท่ากับร้อยละ 56.14 และมีร้อยละผลได้เท่ากับร้อยละ 58.50 สำหรับสภาวะที่เหมาะสมในการกระตุ้นคาร์บอนชาร์ด้วยสารละลายโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ และการใช้พลังงานจากไมโครเวฟ คือ 800 จูลต่อวินาที ซึ่งทำให้คาร์บอนกัมมันต์ที่ได้มีพื้นที่ผิวเท่ากับ 42.36 ตารางเมตรต่อกรัม และมีปริมาตรรูพรุนเท่ากับ 0.3250 ลูกบาศก์เซนติเมตรต่อกรัม และยังพบอีกว่าคาร์บอนกัมมันต์ที่เกิดจากกระตุ้นด้วยพลังงานไมโครเวฟ 800 จูลต่อวินาที มีร้อยละการดูดซับแอมโมเนียได้สูงสุดเท่ากับ 93.142 ซึ่งใกล้เคียงกับการกระตุ้นด้วยการเผาที่อุณหภูมิ 600 องศาเซลเซียส ดังนั้นการใช้พลังงานความจากไมโครเวฟสามารถใช้ในกระบวนการกระตุ้นคาร์บอนกัมมันต์จากกากกาแฟทางเคมีได้จริง ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับกากกาแฟ ช่วยลดต้นทุนและระยะเวลาในการผลิตคาร์บอนกัมมันต์เนื่องจากใช้พลังงานน้อยกว่าและเร็วกว่าวิธีการแบบเดิม